2012/Mar/02

 

Update 2012,

 

ห่างหายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนน มักๆ ... ยังจำเรื่องนี้กันได้บ่ ^,^

แบบว่าวิกฤติต่างๆนาๆมันรุ่มเร้าเล่นเอาจิ้นไม่ออก T_T ฮ่าๆ แต่ตอนนี้ก็เหมือนจะผ่านไปด้วยดีแระ รอแค่หัวอุเอ้ไม่หลิมจะเฟอร์เฟ็กมาก หุๆ มะพียังหล่อเหมือนเดิมแถมเสริมด้วยความเป็นเด็กดีที่หนึ่งเลย(ต้องขอบใจเพื่อนเอ็งนะที่ช่วมมาเปรียบเทียบได้ดีขนาดนี้ ก๊ากก)

ไร้สาระ...ต่อฟิกให้สบายใจดีกว่า ^+++^

 

ปล อย่าลืมกลับไปอ่านของเดิมก่อนนะ..เพราะคาดว่าจะลืมแล้วแน่นอน(เรายังลืมเลย ฮ่าๆ)

 

 ...intro..

Thousand Or One Night -  Season 2

 

The Thousand Nights…

 

พันทิวา 

 

 

Author : Hanabi / Lunabi

Pairing : PiDa    (YamaPi & Ueda)  and Akame (Jin & Kame)

Declare : เป็นฟิกอิงวงที่ข้าพเจ้ามั่วสถานการณ์ขึ้นเองนะเจ้าคะ แต่เหตุการณ์เกิดช่วงคัตตุนกำลังทัวร์ BtRที่ต่างจังหวัด ยามะพีกำลังแสดงละครเรื่อง BB จินยังอยู่กะคัตตุน(ความจริงที่เจ็บปวด ว๊ากก)

Summary : ภาคต่อของ  Thousand Or One Night : พันทิวา...หนึ่งราตรี เรื่องฮาๆของ ยามะพีแห่ง NewS ที่บังเอิญไปสะดุดมุกตัวเองที่ห้องทัตสึยะ U of  KAT-TUN จนเกิดเรื่องขึ้น จากฮาเลยจบลงที่ดราม่าของทั้งคู่ รวมไปถึงจินกับคาเมะที่ดูเหมือนจะไม่หวานเหมือนในตำนานที่(ยามะพี)เล่าขานเสียแล้ว

 

 

************************

 

 

The Thousand Nights… .Part 4.1

 

 

 

ในห้องน้ำยามาชิตะยืนปาดคลีนซิ่งแล้วยกขึ้นละเลงไปทั่วใบหน้าขณะที่ร่างบางเข้ามายืนกอดอกรอที่หน้ากระจกไม่ห่างนัก

                “ฉันว่านายน่าจะลองไปคุยกับเพื่อนนายหน่อยนะ ฉันว่าตอนนี้จินอาการน่าเป็นห่วง...อืม~~ ไม่สิฉันว่าคาเมะจังน่าจะกำลังแย่กว่า” อุเอดะพยักหน้าหงึกๆคิด

                “จะห่วงคนอื่นไปทำไม” มือใหญ่โยนสำลีที่ดำได้ทีหลังจากเช็ดหน้าลงถัง ก่อนบีบโพมล้างหน้าแล้วละเลงถู

                “ก็... ฉันไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่นา...มัน..สังหรณ์ใจแปลกๆ”

                ยามะพีหันมาเลิกคิ้วมองหน้าทั้งที่ฟองขาวยังโปะอยู่ทั่ว ก่อนก้มลงไปล้างน้ำออก

                “ทำไม..อย่างไอ้จินเดี๋ยวมันก็หาทางออกได้เองละน่า เศร้าได้ไม่นานหรอกมัน ส่วนคาเมะจังของนายใช่ว่าจะไม่เคยเจอสภาพนี้สักหน่อย เจอบ่อยๆจนน่าจะชินได้แล้วนะ”

อยู่ๆร่างสูงก็ออกอาการล้างหน้าแรงน้ำกระเด็นเซนซ่านจนร่างบางต้องหลบ ไม่รู้จะล้างให้คิ้วหลุดตาหายหรือไงถึงต้องรุนแรงขนาดนั้น ซึ่งคงไม่ได้รู้เลยว่าอีกคนนั่นกำลังหงุดหงิด

 

                “นี่..จินมันไม่น่าห่วงเท่าไหรจริงๆนั่นแหละเพราะมันมีนายมีนิชิกิโดค่อยอยู่ข้างๆ...แต่คาเมะไม่มีนี่ น่าห่วงกว่าไหมล่ะ ช่วงนี้หมอนั่นยิ่งนิ่งแปลกๆจนน่าใจหายอีกไม่รู้เก็บกดอะไรไว้อยู่รึเปล่า...เฮ้อ.. อยากจะบอกให้จินทำอะไรสักอย่างแต่ก็พูดไม่ออก พูดไปเดี๋ยวได้ทะเลาะกันไปอีกคน...ไม่เอาอ่า” ไม่อยากจะบอกว่าลึกๆแล้วสองคนนั้นเลิกกันได้ก็น่าจะดี จะได้จบเรื่องไป แต่ก็ดันมีความรู้สึกกังวลใจแบบช่วยไม่ได้..ยังไงก็ไม่อยากให้จบไม่สวยแบบนี้ ที่สำคัญไม่อยากให้มีผลกระทบกับวงด้วย...นี่แหละที่น่าห่วงที่สุด...

                ..ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับวงอย่างที่กังวลแปลกๆอยู่ในตอนนี้เลย...

 

                “ก็เลยจะจัดการปลอบเองเลยว่างั้นเถอะ เจ้าหญิงผู้ใจดี จะใช้อะไรปลอบใจเค้าละ ตัว หรือหัวใจ?”

            “หา!” คนฟังถึงกับงงไปกับคำบ่นพึมพำของร่างสูงทันที

 

                ยามะพีเงยหน้าขึ้นมาสะบัดผมที่เปียกไปทั้งหัวด้วยเมื่อไหร่ไม่รู้จนทัตสึยะต้องรีบโวยวายถอยหนี

                “เฮ้ย! เป็นหมาหรือไงนาย” มือบางคว้าได้ผ้าขนหนูก็จัดการตะปบลงบนหัวที่ยังสะบัดสลัดไม่เลิก สองมือเล็กยีหัวร่างสูงแข่งกับแรงสลัดขนยุ่งๆสีทองบนหัว รับมือกับสุนัขขนยาวที่บ้านมาได้ตั้งหลายตัว จะเลี้ยงตัวใหญ่ๆขนยาวอีกสักตัวจะเป็นไรไป

                “ดีๆปั่นเป็นเครื่องซักผ้าเลยแบบนี้จะได้แห้งเร็วๆ ฮ่าๆ”

                ว่าล้อๆแต่เมื่อร่างสูงหยุด มือเล็กจึงจำต้องหยุดค้างไปด้วย ผมที่ชื้นตกลงมาปรกปิดใบหน้าพอให้นัยน์ตาคู่สวยมองลอดเข้าไปได้บ้าง แต่ยังงงๆว่ามาอารมณ์ไหนอีก

 

                มือใหญ่ค่อยๆยกขึ้นไปกุมมือเล็กที่ยังจับผ้าขนหนูผืนนิ่มบนหัวนั่นแล้วดึงมาไว้ที่แก้มตน

 

                “อุเอดะ ถ้าฉันจะขอเปลี่ยนจากค่ำคืนเดียวเป็น...พันทิวา...จะได้ไหม” พูดเสร็จก็รั้งมือเล็กนั้นมาซับจูบเบาๆ

 

            เจ้าของมือบางนิ่งอึ้งถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ อยู่ๆก็เปลี่ยนโหมดเล่นเอาตั้งรับไม่ทันเลยปล่อยให้ความดีใจที่จังหวะหนึ่งนั้นมันรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาได้อย่างบอกความหมายของมันไม่ถูก มันตื้นตัน สดใส หัวใจเต้นแรงจนแทบคุมไม่อยู่... แต่ไม่นานความจริงบางอย่างก็ตีกลับมาให้จิตใจปั่นป่วนมืดมนลงอีกครั้งจนได้

 

                “นาย...ไปบอกกับเธอคนนั้น ดีกว่านะ” ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น

ภาพชายหญิงสองคนที่ตนเคยดูผ่านจอทีวีมันเหมาะสมกันจนน่าเจ็บใจ แถมข้อเท็จจริงจากปากคนที่เคยบอกจะสร้างรักแท้ให้ดูก็ช่วยให้จินตนาการถึงความใกล้ชิดสนิทสนมเหมาะสมของคู่พระนางที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ไปไม่ได้

                ยามาชิตะเงยหน้าขึ้นมา แต่ผมที่ปรกอยู่ก็ยังซ่อนไม่ให้เห็นแววตาจริงๆนั้นได้อยู่ดีจนทัตสึยะเองไม่อาจรับรู้ถึงสายตาที่เจ็บปวดคู่นี้ได้เลย

 

               “นายไม่ควรพูดแบบนี้กับใครง่ายๆถ้าไม่ได้รู้สึกจากใจจริงนะ ยามาชิตะ”

               มือเล็กค่อยๆดึงออกจากการเกาะกุมเบาๆ ก่อนจะเดินหนีออกจากห้องน้ำไปทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้าย

               “ถ้านายแค่อยากเอาชนะใจใครเหมือนคนอื่นๆที่เคยผ่านมาละก็...ฉันคงให้นายชนะไม่ได้”

 

            เวลาผ่านไปนานเท่าไหรไม่รู้ที่ทั่วทั้งห้องกระเบื้องสีขาวเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า ยามะพีถอนหายใจยาวก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมที่ยุ่งเปียกชื้นนั้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเครียดคิ้วขมวดยุ่ง

 

                “นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะ...แล้วไอ้จากใจจริงนั่นมันคืออะไรยังไง...แล้วเราไปอยากเอาชนะอะไรตอนไหนวะเนี่ย...” ผมสีทองถูกยีจนยุ่งแต่เจ้าของไม่ใสใจ

 

                “เล่นบนดีไม่ได้ คงต้องกลับไปเป็นพ่อมดตัวร้ายเหมือนเดิมซะแล้วละมั้ง โทโมะเอ้ย”

 

นัยน์ตาคู่คมที่ปรกติจะฉายแววขี้เล่นแปลเปลี่ยนเป็นเข้มขึงน่ากลัวสะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่ออกจะติดหวานสวย ถ้าใครได้เห็นตอนนี้คงได้ตกใจกลัวไม่ก็เคลิ้มไปกับความเข้มนั้นอย่างแน่นอน

                คนอย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะ ไม่เคยพิสมัยกับคำว่าแพ้ซะด้วย

                “ถ้านายคิดว่ามันเป็นเรื่องของการเอาชนะละก็...ได้ อุเอดะ”

 

                ตอนนี้ยังไม่รู้คำตอบของคำถามที่ว่า จะอยากเอาชนะไปเพื่ออะไร แต่ตอนนี้รู้เพียงอย่างเดียวว่า...แพ้ไม่ได้...  ความรู้สึกลึกๆข้างในเรียกร้องให้ต้องได้คนๆนี้มา

 

                จะด้วย คำว่ารัก หรือ การเอาชนะ ดูจะเป็นวลีที่มีจุดหมายเดียวกันเสียแล้วในขณะนี้สำหรับยามาชิตะ โทโมฮิสะ

 

...........................................

 

 

                “นายกลับไปได้แล้ว” ร่างเล็กเอ่ยปากไล่หลังจากที่ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดเป็นการบอกว่าแขกไม่ได้รับเชิญเดินออกมาแล้ว

                “นายจะใจร้ายให้ฉันไปยืนตากลมตากฝนสู้อากาศร้อนข้างนอกหรอ ได้เป็นไข้ตายกันพอดี ไปตอนนี้ไงก็ไม่มีเที่ยวบินให้กลับแล้ว”

 

                ยามาชิตะมองแผ่นหลังบางที่ยืนมองวิวร์ทะเลยามค่ำคืนผ่านหน้าต่างห้องพักบานใหญ่ อากาศร้อนจากภายนอกไม่สามารถลอดเข้ามาในห้องที่ถูกปรับด้วยเครื่องทำความเย็นจนยะเยือกตามความต้องการของเจ้าของห้องตอนนี้ได้

               “เรื่องของนายสิ” หันมาเหล่ ปากเล็กๆเชิดขึ้นตามนิสัย ก่อนเมินหันไปชมทะเลต่อราวกลับพยายามไม่ใส่ใจ

               “ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหญิงจะใช้วิธีไหนไล่ออกไปได้บ้าง...ถ้าพ่อมดยืนยันว่า..ไม่ไป...”

               ทัตสึยะหันมามองเขม่นร่างหนาทันที

 

              “เอาน้ำร้อนสาดละมั้ง!!”

              ยามะพียังยืนกอดอกเลิกคิ้วมองหาน้ำร้อนที่อีกคนอ้างถึงก่อนจะแลหลังไปมองในห้องน้ำที่ตนยืนขวางอยู่     

              “เข้ามาเอาไหม?”

               ถ้าจะไปก็ต้องผ่านร่างสูงใหญ่นั่นอยู่ดี ทัตสึยะแอบคำนวณส่วนได้ส่วนเสียในใจ ถ้าสู้ระยะประชิดดูจะเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย นึกแล้วก็หงุดหงิดจนคนตัวเล็กกว่าเริ่มหมั่นไส้หันซ้ายมองขวาหาอาวุธใหม่

 

              “งั้นก็...ขว้างระเบิดใส่ละมั้ง” มือบางหันไปคว้าหมอนบนเตียงใกล้ตัวได้แล้วปาสุดแรงไปที่เป้าหมายใหญ่ไม่ไกลนักทันที

              ยามาชิตะตกใจแต่มือยังไวรับได้ทันก่อนหมอนนิ่มจะประทับเข้าเต็มหน้าหล่อ มุกปาหมอนอย่างกับคู่รักทะเลาะกันกิ๊กกั๊กผุดขึ้นมาในสมองเล่นเอาหลุดขำ ไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะเล่นอะไรเด็กๆแบบนี้ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนตรงหน้าอายุมากกว่าแต่ลักษณะนิสัยแลดูเด็กกว่าคาเมนาชิเยอะเลย

 

              “ขำไรฟระ หรืออยากโดนชก” มือเล็กหยิบหมอนอีกใบได้ปาไป ร่างสูงก็มือไวโยนกลับไปไว้บนเตียงแล้วรับใบใหม่ได้อย่างทันท่วงที

              เล่นสงครามปาหมอนสลับกันไปมาสักพัก คนตั้งใจปาอย่างขะมักเขม้นไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างว่องไวแล้วรวบข้อมือเล็กยื้อยุดหยุดกระสุนหมอนที่จะใช้เป็นอาวุธไว้ได้อย่างรวดเร็ว

              “จะชกก็ได้ แต่ขอเว้นที่หน้าไว้หน่อยละกัน ขี้เกียจมีปัญหาตอนถ่ายละคร”

              ยามะพียื่นหน้าหล่อๆเข้าไปท้ารบใกล้ๆเล่นเอาแม่ทับฝั่งซ้ายเหวอเกือบสะดุดหงายหลัง ดีที่มือใหญ่คว้าเอวบ้างไว้ได้ทัน

              “เหวอ..ปล่อยนะ”

              ..พลัก~~...

              แล้วหมัดตรงก็ถูกปล่อยชกเข้าให้ที่ท้องน้อยคนตรงหน้าเต็มๆแบบไม่ทันตั้งตัว

              “โอ๊ย!!?...เอ้าจริงหรอเนี่ย”ถึงหน้าท้องจะอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงแต่ก็ยังแพ้แรงหมัดฮุ๊กซ้ายของนักมวยมือสมัครเล่นหน้าสวยจนเล่นเอาจุกพูดแทบไม่ออก

 

              “อ๋า!!..ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ...”

              ทัตสึยะเตรียมขอโทษที่ลืมตัวชกไอดอลอันดับหนึ่งเข้าให้จริงๆ แต่ยังช้ากว่ามือแกร่งที่รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แล้วโถมกายดันร่างบางกว่าลงไปบนเตียงนุ่มข้างๆทันที เตียงเดี่ยวขนาดไม่ใหญ่นักแต่สามารถรับน้ำหนักผู้ชายสองคนได้เป็นอย่างดี

              “เฮ้ย!!”

              “นายชักทำให้ฉันโกรธจริงๆแล้วนะทัตสึยะ”

              “ฉันไปอนุญาตให้นายเรียกซะสนิทแบบนั้นเมื่อไหรกัน!!!” ถึงจะตกใจที่อยู่ๆก็โดนจำกัดพื้นที่แต่ปากก็ยังดีตะโกนเถียงสู้

              “ก็สนิทชิดเชื้อขนาดที่ว่าร่างกายนายก็ผ่านตาผ่านมือฉันมาหมดแล้วทุกส่วนสัด แถมส่วนไหนไวต่อสัมผัสตรงไหนน่าค้นหาหวานหอมหวนยวนใจแค่ไหน จะให้ฉันลงรายละเอียดให้ฟังไหม หือ? หรือถ้านายจำไม่ได้เดี๋ยวฉันจะแสดงว่าเราสนิทกันขั้นไหนแล้วให้ดูอีกรอบ..ดีมะ.”

              ใบหูเล็กถูกขบเล่นหยอกแบบเอาจริงให้ได้เขินจนหน้าแดง เถียงอะไรไม่ออก

              “อ๊ะ..ยามาชิตะ!!!”

              “ฉันก็อนุญาตให้นายเรียกโทโมะได้นะ”

              “มะ..ไม่เอา...”  ร้องโวยวายปฏิเสธให้วุ่น ไม่รู้เรื่องชื่อหรือเพราะซองคอขาวตัวเองกำลังโดนซับจูบเล่นให้รู้สึกวาบหวานจนขัดขืนไม่ถูกกัน

              มือใหญ่ทำงานไวลูบไล้เข้าไปในสาบเสื้อสัมผัสผิวนุ่มลื่นราวกับน้ำนมจนให้นึกแปลกใจว่าปรกติแล้วรางบางอาบน้ำแร่แช่น้ำนมทุกวันหรอไงกันถึงได้ผิวขาวเนียนลูบสนุกมือดีได้ขนาดนี้

 

              “อ๊ะ.. ห..ไหมว่าจะคุย...เรื่อง จินกับคาเมะไง’”  เสื้อตัวบางเริ่มหลุดลุ่ยอารมณ์เริ่มหลุดลอย แต่ก็ยังพอมีสติถาม หรือความจริงหาเรื่องพยายามหนีจากสถานการณ์น่าอายนี้มากกว่า

 

              “เวลาแบบนี้ นายยังห่วงคาเมะอีกหรอเนี่ย” ยามะพีเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าที่แดงซ่านนั้นอย่างหงุดหงิดใจทันที

              “แค่คาเมะ...”

              ก๊อกๆๆๆ………

              “อ๊ะ!”  อยู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะประโยคที่จะต่อว่า..‘..ซะที่ไหน จินเค้าก็ห่วงด้วย’...ไป

 

              “เฮ้ ทัตสึยะ เปิดประตูให้หน่อย” เสียงของยูอิจิยืนเคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้อง

 

              ทั้งยามะพีและทัตสึยะตกใจหันควับไปมองที่ต้นเสียงทันที

 

 *****************************

 

To be continue ….   ตัดฉากฉึบ ฮ่าๆ

 

 

*****************************

 

รอ Path 4.2 นะ มาเร็วๆนี้แน่นอน แบบว่าถ้าลงต่อเลยจะยาวเกิ๊น ^^

See ya…

 

 

Comment

Comment:

Tweet


พี่นัท... อ่านมาเรื่อยๆ ก็ดีหรอก มาอึ้งกิมกี่ตอนตัดฉับนี่แหละ T^T

ชายพีนิสัยนี้แ้ก้ไม่หาย หรือที่จริงมันแก้ไม่ได้ 'ชอบเอาชนะ' แบบไม่รู้เหตุผลก็จะทำล่ะนะ -*-

แต่ก็นะทัตสึยะ อย่าคิดอะไรไปเองสิ สงสัยก็ถามตรงๆ เลย ยิงโป้งแสกหน้ารับรองได้คำตอบ ไม่ต้องมานั่งคิดเอง เจ็บ(ไป)เอง ด้วยนะ


ยูอิจิ ปกติเราเป็นกิ๊กที่ดีต่อกันนะ แต่การมาเป็นมารความรักผิดจังหวะเนี่ย เลิกกันชั่วคราวละกันนะ

(พี่นัท..ขอต่อเลย 555+)
#6 by veenasyamashita At 2012-03-04 13:45,
กรี๊ด มาต่อแล้ว
พี่ยูจ๋ษจะมาทำไมตอนนี้
แล้ว พ่อมด ยมชต.จะหนีไปยังไงกัน
ถ้าถูกจับได้ว่ามาแอบมาคลุกวงในกะ
เจ้าหญิงแห่งคัตตุนเป็นข่าวใหญ่แน่

ปล...ไม่อยากให้ พี รู้สึกอยากเอาชนะ ทัตจังเลย อยากให้พี รู้สึกว่า ต้องการทัตจังเพราะรัก มากกว่า เอาใจช่วยทัตจังนะ ให้ พ่อมดปากแข็งยอมสยบอยู่ทัตจังคนเดียว
#5 by minri (58.8.35.194) At 2012-03-03 22:59,
งานนี้คาดว่าพี่ยูจะถูกทิ้งไว้นอกห้องแบบไม่มีใครสนใจ 555+

ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับวงอย่างที่กังวลแปลกๆอยู่ในตอนนี้เลย... << คนอ่านก็หวังไว้เหมือนกันนะ เหอๆ ความเป็นจริงที่เจ็บปวด T^T
#4 by zoda (27.55.1.19) At 2012-03-03 07:51,
หายไปนานมากจริงๆเลยจ้า~~~
ก็รออยู่ว่าจะมาต่อไหม? เรื่องมันลุ้น!
โทโมะกำลังจะได้ตามใจลึกๆหวังแล้ว
ดันมีพี่ยูมาขวางสินะ...หรือว่าไม่หว่า?
คิคิ...ตามลุ้นคนที่อยากเป็นคนดี
แต่ทัตจังดันไม่เชื่อเลยต้องเป็นพ่อมดอีกรอบ cry

ส่วนเรื่องของพี่จินและคาเมะ...มันลุ้น
แบบสงสารมากกว่าสินะ...เลิกเลย! ! ! question
#3 by Mitsumeteitai (124.120.211.178) At 2012-03-02 22:45,
กรีดร้องบ้านแตกกกกกกกกกกกกกก

หลอกให้คอยเป็นนานสองนาน มาทั้งทีมาแค่เนี๊ยะ!!!!!

ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

กรุณามาต่อเร็วๆด้วยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
#2 by Nalikakeaw's Diary At 2012-03-02 21:21,
โอ้วววววววววว
ตอนนี้หวานกันน่ารักถูกใจมั๊ก ๆ
ชายพีนี่ร้ายยยย ชอบเอาชนะสะด้วย
แต่ทัตจังก็ใช่ย่อยน้า แล้วจะลงเอยอย่างไร

แต่....พี่ยูแกมาทำไมตอนนี้
ตลอดเลยเหอะ -*-
อยากอ่านตอนต่อไปใจจะขาดดดดดดดดด 555+
อยากรู้ทัตจังจะเอาน้องหมาตัวโตผมสีทองไปซ่อนไว้ ณ. ที่ใด้
เอ๊ะ...หรือจะไม่ซ่อนเลย เปิดตัวให้รู้ ๆ กันไป 555+question
#1 by AiYuki_paewkawaii At 2012-03-02 17:29,