2010/Mar/23

 

Secret Code…?

รหัสรัก ระหว่างเราสอง... 

Author : Hanabi / LunabiPairing : RyoDa  (Ryo & Tatsuya)  and  Pin (Jin & YamaPi).

Declare : ต้องขออภัยหากมี Error ในบางคำ ข้าพเจ้าตกภาษาไทยค่า ฮ่าๆ

 

Part End.

******************************

 

ความเดิมตอนที่แล้ว....เรียว งานเข้า

 

 

 

 

แล้วจากนั้นก็เรียกว่าเป็นสัปดาห์นรกของเรียวเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องงานคงไม่กลุ้มใจเท่าเรื่องของใครบางคน

 

ทั้งที่มีโอกาสได้อยู่ทำงานยาวที่โตเกียวไม่ต้องกลับไปโอซาก้า แต่คนที่อยากเห็นหน้ากลับไม่แม้แต่จะหันมามอง พยายามพูดด้วยหาเรื่องด้วยก็ไม่มีแม้สักคำจะตอบกลับมาเหมือนเช่นแต่ก่อน ...มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดจะให้เดินไปง้อขอโทษก็ใช่ที่... เรียวจึงได้แต่พยายามก่อกวนด้วยวิธีเดิมๆ ถึงขั้นเพิ่มดีกรีความปากร้ายบวกโผล่มาให้เห็นหน้าทุกๆสามเวลาหลังอาหารแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล

 

ซึ่งเค้าว่า...น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แต่ถ้าน้ำไม่ไหล ไฟก็เหงาได้เหมือนกัน

แล้วไฟยี่ห้อนิชิกิโดเรียวด้วยแล้ว เหงาถึงขั้นหงุดหงิดได้ง่ายๆเลยทีเดียว

 

เฮ้ยจิน! คุณหนูวงนายเป็นไรวะ องค์เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ลงหรือไงถึงพูดด้วยก็ไม่พูดด้วย หรือต้องใช้ราชาศัพท์ว่ะ แล้วมันต้องพูดยังไงถึงจะถูกใจองค์หญิงท่านห๊ะ!!.. หรือว่าปากบวมๆนั่นเจ็บขยับไม่ได้ ไปฟัดกะใครมาหรือไง!!”

                แล้วเรื่องก็เลยเถิดจนเผื่อแผ่ความเดือดไปให้คนรอบตัวร้อนด้วยจนได้

 

                อาคานิชิจิน ผู้บังเอิญอยู่ในห้องพักของตัวเองสองคนกับทัตสึยะ ปวดหัวจี้ดจนต้องยกนิ้วขึ้นแคะหูเพราะเจอเสียงตะโกนจากคนที่ตั้งใจบังเอิญเดินเข้ามาในห้องพักของคนอื่น เสียงดังลั่นที่หวังจะให้คนที่นั่งอยู่อีกฝากของห้องสะดุ้งสะเทือน...แต่สุดท้ายก็ยังนิ่ง...ใช่สิ ก็ทัตสึยะใส่หูฟังเพลงจากไอพ็อตทัชของจินอยู่นี่จะได้ยินได้อย่างไร

 

จินจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากผู้บุกรุกไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนซี้ต่างวงที่อนาตคคัตตุนอาจมี N กำลังสอง ถ้ายังเดินเข้าเดินออกห้องนี้ไม่เลิก

 

                เฮ่อ...ไม่รู้ว่ะ แต่วันนี้ก็ยังคุยกันดี ไม่เชื่อฉันไปจูบปากทัตจังให้ดูมะ...จะได้รู้ว่าปากมันเป็นไรหรือเปล่าจินทำท่าจะลุกไปหาเป้าหมายที่ยังนั่งใส่หูฟังเพลงพยายามไม่สนใจใครแต่ก็โดนมือนิชิกิโดเรียวเกี่ยวคอเสื้อกลับมานั่งที่เดิมได้ก่อน แถมด้วยตาดุๆที่ส่งไปให้ แต่ก็ใช่ว่าจินจะใส่ใจ

               

                นี่...ฉันว่านายควรทำอะไรให้มันชัดเจนสักทีได้แล้วนะ พวกฉันขี้เกียจมานั่งตีความหมายแปลสารคำบอกรักของพวกนายสองคนแล้วนะโว้ย...ถ้าไม่รีบเดี๋ยวฉันเสียบแทนแล้วจะหาว่าหล่อไม่เตือน จินยักคิ้วทำหน้ากวนผิดกับเรียวที่อยู่ๆก็อึ้ง

 

                นาย..ร..รู้ได้ไงวะ

                บ๊ะ...!!!” จินแทบตกเก้าอี้เมื่อได้ยิน อาการปวดหัวจี้ดเริ่มกลับมาอีกครั้ง

ไอ้เรียววว!!! ตอนคุยกับทัตจังนี่ สนใจอย่างอื่นบ้างไหมเนี่ย หรือไม่ได้ชายตามองชาวบ้านรอบข้างต่างเมืองบ้างเลยใช่ไหม...ตอนนี้เค้าคงจะรู้ไปสิบแปดประเทศทั่วโลกแล้วม้างงงงง

                ก็ไม่ได้มองนะสิ มีหน้าสวยๆให้ใส่ใจจะสนอย่างอื่นทำไม...

                เรียวอยากจะตอบแบบนั้นแต่ปากยังหนัก อึ้งไม่เลิก ยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางร่างบางที่ยังนั่งใจเย็นสัมผัสได้เล็กๆว่าตนน่าจะเป็นหัวข้อสนทนาแต่ก็ไม่ได้ยินอะไรมากอยู่ดีนั่นอย่างไม่แน่ใจว่าทัตสึยะก็คิดแบบเดียวกันกับเค้า...คิดแบบที่จินว่ามานั่นแน่หรือเปล่า

 

                จนจินเกิดอาการหมั่นไส้

                วะ!..งั้นวันนี้ขอปล้ำเพื่อนต่อหน้าใครบางคนให้สะใจสักหน่อยเถอะร่างสูงใหญ่เดินอาดเข้าหาเป้าหมายที่ยังนั่งเฉยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก่อนจะกระชกร่างบางๆให้ปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเตรียมก้มลงประกบปากอิ่มที่เผยอรับเพราะความเหวอ....แต่ปากจินกลับเจอเข้ากับบางสิ่งที่แข็งกว่าปากเพื่อนแน่ๆมากั้นไว้แทน

                พัดใหญ่ของขายหน้าคอนฯมีรูปหนุ่มหน้ามนนาม ยามาชิตะโทโมฮิสะ ติดอยู่ ซึ่งไม่รู้มาอยู่ที่ห้องพักคัตตุนได้ไง แต่ตอนนี้มันเข้ามาขวางทางจูบของจินไว้เต็มๆ แบบทันเวลา

                กลับไปหาคนของนายเลยปะจิน

                พัดงามๆตบป้าบเข้าที่หน้าจินอีกทีเป็นการส่งท้ายก่อนใช้สายตาดุๆไล่ให้ออกจากห้องไป..ไปไหนก็ไป

                จินยักคิ้วแอบแลบลิ้นให้เรียวอย่างล้อๆว่าให้อยู่กันตามสบายสองต่อสอง พอให้หน้าหล่อของเพื่อนซับสีเลือดหลุดเก๊กขึ้นมาได้บ้างผิดกับทัตสึยะที่ยังยืนงงไม่หาย

               

                ร่างหนาๆของจินเดินโบกพัดฮัมเพลงออกจากห้องไปแถมใจดีล็อกให้เสร็จสรรพ ทิ้งเรียวที่กลับมาทำหน้าเข้มจ้องร่างบางเขม็งจนทัตสึยะต้องขมวดคิ้วไม่พอใจเตรียมเดินออกจากห้องตามจินไปบ้าง แต่ไม่ทันจะถึงประตูก็โดนกระชากกลับมาเผชิญหน้า แถมยังโดนดึงเฮทโฟนที่ใส่อยู่ออกจนเจ็บหู

                โอ้ย..เจ๊บนะ

                ต้องให้เจ็บตัวถึงจะพูดได้หรอไง ...ทำไม กับฉันแค่นี้ไม่ได้ แต่ทีไอ้จินมันกอดเอาละยอม

                ก็นั่นมันจินนี่...คำตอบง่ายๆของทัตสึยะเล่นเอาลมโมโหของเรียวแทบตีออกหูมาเป็นลมอยากฆ่าหมู

                จินแล้วไง! ใครทำได้อีก!”

ชักเลือดขึ้นหน้า ตะโกนออกไปด้วยความโกรธ ความหึงบดบังนัยน์ตาจนใบหน้าสวยเศร้าลงหลบสายตานั่นก็ยังมองไม่เห็น

...กับฉันแค่มองหน้าแค่พูดด้วยนี่ทำไม่ได้เลยหรือไง มันลำบากใจมาเลยรึไงกันมือหนาเปลี่ยนจากบีบที่ต้นแขนเล็กนั่นมากระชับเอวบางกอดแน่นด้วยความโกรธเข้าไปอีกจนมือบางที่ดันอกแกร่งไว้แทบจมหายไปกับแรงกอดนั้น

                 

แล้วอยู่ๆเรียวก็ได้สบกับนัยน์ตาคู่สวยที่บัดนี้เหมือนจะปริมไปด้วยหยดน้ำใสๆ ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้คงได้ไหลออกมาเป็นแน่

                ก็เกลียดกันไม่ใช่หรือไง

                เรียวอึ้งไปกับคำพูดที่ได้ยิน

 

                ฉัน...เคยพูดเมื่อไหร่ว่าเกลียดจากที่โกรธเดือดปุดๆได้หันมาทำหน้าเหวอแทน

 

                เคยนี่ หลายครั้งด้วย

                และจากแววตาที่เห็นไม่ได้แสดงว่าโกหกหรือแหย่เล่นยิ่งต้องใช้สมองอันชาญฉลาดคิดอย่างหนักว่าไปเผลอพลาดอะไรตอนไหน...แต่แล้วก็นึกขึ้นได้

 

                อ่า~ เอ่อ...อันนั้นมัน..ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเรื่องมันก็ตั้งหลายปีมาแล้วอ่านะ แถมมันเป็นการเซทฉากบนเวทีในรายการจอนนี่อีกต่างหาก ไม่น่าจะเอามาคิดจริงจัง หรือความจริงก็ควรจะลืมๆมันไปได้แล้ว

 

                แล้วหมายความว่ายังไง แววตาคู่สวยดูมีประกายแสงขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังแฝงแววหวาดหวันให้เห็น ขณะที่เรียวกำลังเหงื่อแตก....

                ...อย่า....อย่าบีบให้ต้องพูดคำนั้นนนน.....

 

                ท่าทีอึกอักทำอะไรไม่ถูกดูเหมือนจะพอให้ทัตสึยะตัดสินใจได้

                บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรมือเล็กดันร่างตนที่ยังถูกโอบกอดให้ออกห่าง หันหลังเดินไปที่ประตู ก่อนจะพูดทิ้งท้ายให้อีกคนฟัง

                แล้วที่ฉันเคยบอกว่าชอบนาย ก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นเหมือนกัน ...ศูนย์เปอร์เซนต์ก็คงยังเป็นได้แค่เท่านั้นสินะ...ฉันเหนื่อยที่จะหวังอะไรที่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ พอกันที

 

                ห๊ะ! …เคยบอกว่าชอบ..?!! ..ตอนไหนวะ...แล้วหวัง?! หวังอะไร...หรือว่า????

 

สมองประมวณผลถ้อยคำที่ทัตสึยะเอ่ย ไอ้ที่เคยได้ยินว่าชอบนั่นก็คิดว่าเป็นตามสคิปเล่นตามบทเหมือนตนเลยปล่อยเลยตามเลย...แถมเจ้าตัวก็ยังเอ่ย 0% ออกมาเองให้เขาได้ปวดใจเล่น...แต่ที่หวังนี่....เขาก็เคยตั้งความหวังไว้เช่นกัน...หรือว่า....?!

 

เรียวรีบวิ่งไปคว้ามือเล็กที่กำลังกำลูกบิดเตรียมเปิดประตูออกจากห้องไว้ได้ทัน

หัวใจห้องล่างซ้ายกำลังไชโยโห่ร้องตีกลองชุดอย่างบ้าคลั่งขณะที่ห้องล่างขวาดูจะยังอัดแน่นไปด้วยความลังเล แต่เมื่อสมองตะโกนบอกว่าถ้าปล่อยโอกาสแบบนี้ให้หลุดลอยไป จากที่แค่ศูนย์อาจเหลือเป็นติดลบ ไม่มีการมองหน้า ไม่มีการพูดจากันอีกเลยก็เป็นได้

ถ้าเป็นแบบนั้น หัวใจคงได้เฉาตายแห้งสนิทไปทั้งสี่ห้องแน่นอน

 

                เดี๋ยว

ทัตสึยะมองมือแกร่งที่กำแน่นทับมือตนอยู่บนลูกบิดประตูก่อนจะหันมามองเรียวอย่างไม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจผิดที่ทำแบบนั้น เมื่อเจอเข้ากับใบหน้าเข้มนัยน์ตาโศกคู่คมอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเซนต์ ทั้งเนื้อทั้งตัวตกอยู่ในวงแขนเรียวพอดี

 

                ฉันขอใช้วิธีอื่นได้ไหม วิธีที่เข้าใจง่ายกว่าคำพูด

 

นัยน์ตาใสไหวระริก แต่ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบเพราะกลัวภาพตรงหน้าจะมลายหายไปเหลือเป็นเพียงแค่ภาพในจินตนาการ เป็นเพียงแค่จิตใต้สำนึกสั่งให้เห็นให้ได้ยินอะไรแบบนั้น แต่เมื่อสัมผัสหนักแน่นที่มือเริ่มเลือนเลื่อนไปกระชับที่เอวบางอย่างแผวเบามือแกร่งอีกข้างโอบไปด้านหลังรั้งร่างที่ไร้แรงขัดขืนเข้าแนบชิดกายแกร่ง รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของเลือดเนื้อก็พอให้ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ภาพฝัน

 

ริมฝีปากได้รูปจดลงมาช้าๆแตะเบาๆที่กลีบปากอิ่ม ทัตสึยะหลับตาพริ้มยอมรับสัมผัสที่ดูจะแทนคำพูดทุกอย่างได้ในขณะนี้

เรียวละออกมามองใบหน้าสวยที่ตอนนี้แดงเรื้อไปด้วยความเขินอาย  

               

ไม่เห็นจะเข้าใจอะไรสักนิดทัตสึยะพูดงุบงิบหลุบใบหน้าลงหลบสายตาคมที่ยังจ้องราวกับจะเอาให้ทะลุไปถึงหัวใจ

                เรียวคลี่ยิ้ม