2010/Feb/13

 

 

Thousand Or One Night (พันทิวา...หนึ่งราตรี)

 

Author : Hanabi / Lunabi

Pairing : PiDa    (YamaPi & Ueda)  and Akame (Jin & Kame)

Declare : Just in my dream and bring them out.

    

Part 5

**************************

     

จากตอนที่แล้ว 

อีกฝั่งของตึกจอนนี่เอ็นเตอเทนเมนต์...

 

 

ร่างสูงหัวทองหยิกหยองนั่งเสื้อยับย่นสภาพไม่เนียบเท่าไหรแต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร กำลังนั่งมองโทรศัพท์ที่เปิดขึ้นมาเตรียมกดนิ้วจิ้มค้างอยู่ที่ปุ่มโทรออกอยู่เป็นนานสองนานแล้ว

...โทร..ไม่โทร...โทร

...ก็ไม่เห็นต้องแคร์อะไรนี่ ก็น่าจะเหมือนทุกคนที่ผ่านมา คบกันไม่เท่าไหร ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...เฮ้ย!..แต่นี้คนรู้จักกันมานานแล้วนะโว้ยไอ้พี เพื่อนของเพื่อนเอ็งนะ...จะปล่อยไว้อย่างนี้หรือไง...เล่นอะไรทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด มันก็เป็นนิสัยเอ็งอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงวะโทโมฮิสะ....!!

 

                ดูเหมือนยามะพีจะงุบงิบทะเลาะกับตัวเองอยู่จนกว่าจะได้เสียงเรียกชื่อก็เกือบโดยสะกิตด้วยหลังมือไปแล้ว

                เฮ้ย

อะไร เรียว

นั่งเงียบ...เป็นอะไรวะพี

เป็นพ่อมด

ห๊า!”

            “เออ เปล่า... มีอะไร ยกมือขึ้นปัดๆประมาณว่าอย่าใส่ใจ เรียวจึงได้แต่ทำหน้ายุ่งก่อนจะพูดต่อ

                เรียกตั้งนาน ฟังใครเค้าพูดมั่งปะเนี่ย

                ก็ฟังอยู่...ให้มีชูจิโต๊ะอากิระอีกใช่ไหมละ ได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาถ้าไม่เจอไอ้จินมันไม่เตะเอาอีก

            นิชิกิโดสายหน้าก่อนจะก้มมองโทรศัพท์ที่ร่างสูงยังจ้องอยู่ไม่เลิก

                แล้วนั่นจะโทรหาใคร ไม่รู้หรือไง ประชุมเค้าห้ามโทรศัพท์

                ยามาชิตะเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบๆก็เห็นว่าเป็นช่วงพักให้ใหญ่ๆเค้าตกลงเรื่องหลักๆกันก่อน เด็กๆตัวประกอปหลักค่อยว่าตามนั้น

                ร่างสูงหันมาค้อนตาเข้มให้เพื่อนข้างกายก่อนหันไปตั้งหน้าตั้งตาอย่างกับพยายามจะเสกใครสักคนเข้าเครื่องสื่อสารในมือตัวเองต่อ อารมณ์พ่อมดเข้าสิงได้ที่

                แล้วตกลงจะโทรหาใครวะ

            ยักษ์

                ห๊า!!” เรียวแทบจะตาถลนเมื่อไม่แน่ใจในหูตัวเองที่ได้ยินอะไรเพี้ยนๆเป็นครั้งที่สอง

                โทรหาไอ้จินนี่น่ะ..จะขอเบอร์....เอ่อ จะต่อว่าขอเบอร์อุเอดะ แต่อาจเจอหน้าเหวอๆของนิชิกิโดเรียว แถมยังขี้เกียจตอบคำถามให้มากความเลยยั้งไว้ทัน

            ยากตรงไหน.. หนุ่มผมดำไม่ว่าเปล่า ดึกไปกดโทรออกเองเฉยก่อนจะยื่นคืนให้แล้วลุกไป ทิ้งคนที่นั่งทำตาโตรับโทรศัพท์มาถือแบบอึ้งเล็กๆ

               

โมชิโมชิ มีไรวะพี..โหล...ฮาโหล..เฮ้ย ไม่พูดฉันจะวางแล้วนะโว้ย. เสียงปลายสายตอบรับ..แต่คนโทรไปดูจะตอบช้าไปสักหน่อย

เอ่อๆๆ อืมมมม....ก็ไม่มีไร เอ่ออออ อืม....ทุกคนสบายดีไหมวะแล้วก็หลุดถามคำถามที่ออกจะมึนๆออกไป

ห๊ะ..ไรของนายเนี่ย...ทุกคนไหน นั่งอยู่นี่มีตั้งหลายชีวิต

            “ก็ไม่มีอะไร เห็นช่วงนี้ไข้หวัดกำลังระบาดเลยโทรมาถามด้วยความเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะติดหวัด ถึงคนบ้าจะไม่เป็นหวัดแต่บ้ามากๆหวัดพันธ์นี้มันอาจจะชอบก็ได้

                ไอ้บ้า ฉีดยากันอยู่โว้ย กำลังจะมีทัวร์

                เออ แล้วตกลง...คนอื่นๆ....ละวะเน้นคำว่า คนอื่นเป็นพิเศษ

                ก็..ไม่เป็นไง คาเมะสบายดี ไอ้คิยังบ้าได้เหมือนเดิม จุนโนะ..ข้ามไปๆ ยูอิจิวันนี้ยังไม่ได้แกล้งมันเลย

                แล้วก็เงียบ...

                เฮ้ย...อะแฮ่ม..นาย ข้ามใครไปหรือเปล่าพยายามคุมเสียงให้เป็นปรกติทั้งที่อยากรู้เต็มแก่

                อ่อ ทัตจังรึ ก็ปรกติ แค่วันนี้ดูเงียบๆไปหน่อย แต่ปรกติตอนทำงานหมอนี่ก็เงียบแบบนี้อยู่แล้วนะ แถมทัตจังนี่ คนสุดท้ายที่จะเป็นหวัดเลย ไม่ต้องห่วง แค่นี้ก่อนนะโว้ยหมดเวลาอู้ คาเมะมาตามแล้ว บาย..

            เอ่อ บาย จินคงไม่ยินเพราะเจ้าตัวคงวิ่งปู้ดตามติดใครบางคนไปแล้ว

 

ยามาชิตะนั่งมองโทรศัพท์ก่อนถอนหายใจ สุดท้ายก็ไม่ได้ความอะไรมากไปกว่า คนที่กำลังคิดถึงยังปรกติดีในสายตาเพื่อนรัก.... ก็น่าจะสบายใจได้

..แต่ทำไมไม่รู้สึกโล่งใจสักนิด...

 

ขณะที่เรียวกลับมานั่งประจำที่ แถมใจดีถือขวดน้ำมาให้ด้วย ยามะพีจึงรับมาถือเล่นเพราะใจยังลอยข้ามไปอีกฝั่งนึงของอาคาร

               

                เมื่อไหรจะถึงกลางคืนวะเรียว

อยู่ๆก็ถามขึ้นมาเล่นเอาเรียวตามไม่ทัน แต่ก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือให้

เข็มยาวยังต้องเดินอีกอีกหลายรอบเลยว่ะ      

 

เฮ่อ

ร่างสูงเอามือกุ้มขมับ ประชุมทั้งเช้า บ่ายต้องไปถ่ายละครจนค่ำ คงต้องเก็บความคาใจไปแบบนี้ทั้งวันละมั้ง

 

 

***

   

หลังจากประชุมระดมความคิดติดต่อกันเป็นเวลาทั้งวันจนพลังงานแทบหมดทั้งที่แทบไม่ได้ลุกไปไหนกันเลย ทัดสึยะนั่งถอนหายใจมองเซ็ตลิสเพลงและการแสดงที่ต้องเตรียมในมือ แต่ดูรายละเอียดจะไม่เข้าไปอยู่ในหัวสักเท่าไหรเมื่อใจดูจะวอกแวกไปอยู่ที่ไหนสักแห่งจนคาเมนาชิเดินเข้ามาก็ยังไม่รู้ตัว

 

เป็นอะไรหรือเปล่า นั่งถอนหายใจอยู่คนเดียวคนที่เดินเข้ามาใหม่พอจับความผิดสังเกตุของเพื่อนตัวเล็กที่นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาดินเผามานานสองนานแล้ว

ทัตสึยะสายหน้าไม่ตอบอะไร คาเมนาชิจึงได้แต่ยักไหลก่อนเดินไปเก็บของลงกระเป๋า และอีกไม่ช้าคงจะเดินตัวปลิวออกไปเพราะงานของตนนั้นเสร็จแล้ว

 

แม้จะไม่ตอบอะไรแต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงจับจ้องเพ่งมองไปที่เพื่อนผู้มาใหม่ตรงหน้าเขม็งอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยถามแบบปากไวพาไปว่า

           “จินไปไหน”  ทั้งที่น่าจะเดาได้..และก็ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวหยุดลงชั่วครู่เช่นกัน คาสึยะกัดริมฝีปากก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วลงมือเก็บข้าวของบนโต๊ะต่อ

                ไปผับแล้วคลายเครียดอีกตามเคย

                ถึงจะทำท่าไม่ใส่ใจ แต่ดูก็รู้ว่าจริงๆแล้ว คิดอะไรอยู่...

 

ถามอะไรหน่อยได้ไหม

เมื่อเห็นคาเมะไม่ตอบก็เลยคิดเอาเองว่าน่าจะได้

 

นายทนได้ยังไง

คาสึยะหันมามองหน้าทันที คิ้วเรียวขมวดมุ่นอยากจะไม่ตอบแต่สุดท้ายก็รู้ดีว่าเลี่ยงไปคงไม่มีประโยชน์...

            ฉันผ่านจุดที่เรียกว่าทนได้มานานแล้ว”  หันมายิ้มให้ก่อนตวัดกระเป๋าขึ้นพาดบ่าเตรียมตัวไป ไม่ต้องหันไปมองก็พอรู้ว่าตอนนี้ใบหน้าสวยๆของเพื่อนคงยุ่งคิ้วมุ่นน่าดู 

แล้ว...ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็...เลิก...

คราวนี้คนที่เลิกคิ้วกลับเป็นคาเมะบ้าง ร่างเพรียวจึงหันมายิ้มให้อย่างช่วยไม่ได้

อะไรที่ทำได้ฉันเคยทำมาหมดแล้ว งอน..แกล้งนอกใจ...หรืออะไรก็ได้ที่คิดว่าจินจะรักฉันได้มากกว่านี้..หึๆ สุดท้ายก็จบลงแบบเดิมๆจนฉันชินแล้ว ส่วนคำตอบของคำถามสุดท้ายนั่น ..ถ้านายรักใครสักคนมากๆจะรู้ว่าการทำแบบนั้น มันยิ่งกว่าการฆ่าตัวตายเสียอีก

 

...แล้วแบบนี้จะรักกันไปทำไมให้ปวดใจเล่น...

ทัตสึยะแอบค้านในใจแต่เมื่อดูจากสีหน้าของคาเมะแล้วก็รู้สึกว่า คงจะพูดอะไรทำนองนี้ออกไปไม่ได้

ในเมื่อตัวเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้เช่นกัน

 

แก้วเนื้อดีที่ถึงแม้จะทนไฟ แต่หากมีสิ่งใดมากระทบแม้ไม่รุนแรงก็ถึงคราวแตกสลายได้ง่ายๆ.... ความรู้สึกลึกๆบอกว่าคาเมะกำลังจะเป็นอย่างนั้น...หรือตัวเองก็เช่นกัน

 

...หรือว่า One night stand