2010/Feb/03

 

Thousand Or One Night (พันทิวา...หนึ่งราตรี)

  

Part 3

  

Author : Hanabi / Lunabi

Pairing : PiDa    (YamaPi & Ueda)  and Akame (Jin & Kame)

Declare : Just in my dream and bring them out. และ รักจินเสมอ แม้มันจะดูเลวในทุกๆเรื่องที่แต่งมาก็เถอะ หุๆ   

 

...ความเดิมตอนที่แล้ว ยามะพีกำลังนอนเล่านิทานให้ทัตสึยะฟัง....

   

...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..ทำไมต้องขึ้นแบบนี้ทุกครั้งด้วยนะ แต่ก็คลาสสิกดี เอาเถอะ คนฟังเลิกคิ้วชักรู้สึกท่าทางจะไปไม่รอดแต่ก็ปล่อยให่เล่าต่อ

มีเด็กหนุมหน้ามนนามกรเพราะพริ้งว่า อาราดิน เดอ เทอเทิล

ห๊ะ!”

หรือเรียกง่ายๆว่าคาเมะจังก็ได้

คนฟังแอบทำหน้ามึนไปกับตัวแสดงที่ถูกหยิบยกขึ้นมาไม่ได้ทันที

ตัวเล็กๆผอมๆบางๆเนื่องด้วยบ้านจนไม่มีอันจะกิน... กรุณานึกภาพตัวละครย้อนไปตอนที่ยังไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อวบตามหมูบางตัวไปน่ะนะ

             “ก็...ได้ อยากจะหลุดขำแต่ก็พยายามสงบไว้

 ด้วยใฝ่ฝันจะเป็นหนึ่งในใต้ล่าฟ้าสีทอง คาเมะจึงพยายามอย่างหนักเพื่อเลี้ยงปากท้อง ทำทู๊กกกอย่างที่เรียกว่างานแล้วได้เงิน อ่อ หมอนั่นเลี้ยงลิงไว้ตัวนึงชื่อคิริมันจาโร เรียกสั้นๆละกันว่า... คิ...

ทัตสึยะแอบหลุดขำพลึดไปตั้งแต่ได้ยินชื่อเต็มจนต้องเบนหน้าซบอกแกร่งหลบ ยกมือที่ยังถูกมัดขึ้นมาอุดปากไว้แน่นกลัวหลุดเก๊ก

ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน และเพื่อให้เนื้อเรื่องไปเร็ว วันหนึ่งทั้งคู่บังเอิญเดินไปเจอพ้อค้าจมูกยาวขายของเก่าเข้า ..พ่อค้าชื่อ. อืมมม..อะไรดีน้า

                ยามะพีก้มหน้าลงมองคนข้างกายเพื่อขอความเห็น

            “อืมมม...ชื่อ.... นากามารา!” นึกได้ก็ขำซะเองและยังทำให้คนต้นเรื่องขำไปด้วย ดูท่าทางดาราที่แม้มาแค่ชื่อคนนี้จะมีผลให้บรรยากาศดีได้เสมอ

ฮ่าๆ...เป็นชื่อที่เห็นภาพมาก ต่อๆ พ่อค้านากามาราเกิดถูกตาต้องใจลิงน้อยน่ารักคิริมันเข้าให้ก็เลยยื่นข้อเสนอแลกกับของวิเศษ

            “แต่คาเมะจะยอมแลกหรอ ไม่สิ โคคิ เอ้ย คิริมันจะยอมรึ เห็นรักคาเมะจะตายไปดูเหมือนคนฟังจะเอาเรื่องจริงเข้ามาเกี่ยวซะแล้ว

อยากให้แลกไหมล่ะ?” พีถามลองใจ เป็นนิทานตามใจคนฟังสุดๆ

            “อืม...แลกก็ได้ คำตอบที่ได้ทำเอาคนเล่าจับทางถูก...ทัตสึยะกลัวเรื่องจบไวเข้าให้แล้ว...

อ่าว... ฮ่าๆ ก็ดี ถ้าคิมันยังอยู่กับคาเมะเรื่องนี้อาจกลายเป็นสมรภูมิรบไปได้ เพราะงั้นคาเมะเลยแลกคิกับพรมวิเศษชื่อเล่นว่าทากุจจี้..ไม่ใช่จากุซซี่นะ...ทากุ๊จจังมีความสามารถพิเศษเหาะไปหัวเราะไปได้ ห๊ะๆๆฮา... คาเมะก็เสียใจเล็กๆที่ต้องจากเพื่อนไป แต่ก็ได้พรมวิเศษมาเพราะได้ข่าวมาว่าเจ้าหญิงถูกพ่อมดใจร้ายจับไป ถ้าช่วยกลับมาได้จะได้เงินรางวัลก้อนใหญ่จากสุลต่านจอนนี่โอมานซัง คาเมะจึงตัดสินใจส่งตัวลิงน้อยขัดดอกไปก่อนแล้วค่อยไปไถ่ตัวคืนทีหลังก็น่าจะยังไม่สาย

               อืม..แล้วเจ้าหญิงชื่ออะไร แล้วเป็นใครกันนัยน์ตากลมโตกระปริบอย่างสงสัยใคร่รู้อยากมีส่วนร่วมเดาชื่อเต็มแก่ จนยามะพีอดเอานิ้วบีบจมูกรั้นนั้นแล้วโยกไปโยกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้

               เจ้าหญิงก็นอนให้พ่อมดเจ้าเล่ลักพาตัวมาอยู่นี่ไงล่ะ เจ้าหญิงทัสมิน กะพ่อมดจาฟาพีผู้ฉลาดเลิศ ฮะ ฮะ ฮ่า

ทัตสึยะแสร้งทำหน้าไม่พอใจในบทของตัวเองใส่หน้าคนที่ยักคิ้วให้ แต่ก็อดแอบยิ้มหน้าแดงนิดๆด้วยความเขินไปไม่ได้

 

คาเมะขี่พรมอารมณ์ดีเหาะตามหาเจ้าหญิงจนบังเอิญไปเจอถ้ำที่เป็นแหล่งกบดานเก่าของพ่อมดเข้า รู้ไหมว่าอาลาดินเดอเทอเทิลเจออะไร

คนนอนฟังส่ายหน้า

เจอของเก่าที่ฉัน เอ้ย จาฟาพีได้ทิ้งๆเอาไว้ คาเมะจังเลยไปสะดุดกับบางสิ่งเข้า

ตะเกียงวิเศษ!” ทัตสึยะเดาสวนขึ้นทันที

ถูกต้อง เก่งมาก แล้วแก้มนิ่มๆก็ถูกหอมฟอดใหญ่ราวกับเป็นรางวัลที่ตอบคำถามถูก ร่างบางยกกำปั้นขึ้นถูๆที่แก้มใสแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะกลัวจะไปขัดเนื้อเรื่องเข้าให้ ยามะพีจึงเนียนเล่าต่อ

 

ได้ตะเกียงมาแต่คาเมะไม่รู้วิธีใช้ ทั้งๆที่พ่อมดก็เขียนแมนวลล์แปะไว้ให้ว่า ลองปลุกดูแล้วจะรู้ว่ามีอะไรเร้าใจรออยู่... คาเมะจังก็เลยถูๆๆ... ถูก็แล้ว ตะโกนเรียกก็แล้ว เขวี้ยงก็แล้ว เหยียบก็แล้ว ก็ไม่ยักกะมีอะไรเกิดขึ้น คาเมะจังกับพรมอารมณ์ดีเลยช่วยกันหาทางไขปริษนาอักษรไขว้นั้นกันทันที พรมหัวดีจบปริญญาตรีนั่งคำนวณแรงโมเมนตั้มกับปริมาณการสั่นสะเทือนของเสียงระดับมัคที่เหมาะสมเพื่อปลุกอะไรที่สุดจะขี้เกียจอยู่ในนั้นอย่างเอาจริงเอาจัง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถเรียกอะไรที่ดูท่าทางจะขี้เซาเข้าขั้นเทพนั้นออกมาได้... พรมเคยอารมณ์ดีเลยโมโห ใช้พู้ที่มุมอันโตไซด์คิ๊กปัดตะเกียงด้วยความรำคาญใจ ตะเกียงเจ้ากรรมกระเด็นไปโดนหน้าคาเมะเต็มๆ แต่แล้วจากนั้นก็มีควันสีแดงเพลิงพวยพุ่งฟุ้งออกมา...ตะลาๆๆๆ ตะลุงตุงแช่...

ฮ่าๆ..อ๊า! จินมาแล้วหรอร่างบางคงไม่รู้ตัวว่าเริ่มแอบยิ้มและหลงไปกับเสียงทุ้มต่ำที่เล่าเรื่องเนิบช้า แต่ฟังได้เรื่อยๆและสนุกอย่างน่าประหลาด

โหย.. อย่าเดาไปก่อนดิ ร่างสูงแกล้งพลิกตัวมาทาบทับร่างบางๆนั้นอีกครั้งพร้อมกับเอานิ้วจี๊เอวแกล้งคนที่ตอนนี้ไม่มีทางสู้นอกจากนอนหัวเราะคิกคักอารมณ์ดีจนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้กลัวแทบตาย

 

ควันสีแดงกลายเป็นยักษ์หัวฟูคิ้วหนาหน้าตาดีเปลือยท่อนบนให้เห็นรูปร่างที่อัดแน่นอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและ ไขมัน!.....จินนี่โผล่ออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วตะโกนด้วยความเถื่อนว่า.. ฟักกิ้งพี มึงปลุกกูทำไมฟะแต่แล้วเมื่อเจ้ายักษ์ตัวหนาหน้าหล่อนั้นหันมาเจอกระทาชายนายตัวบางร่างโปร่งคิ้วโก่งหน้าตาน่ารักน่าหยิก จินนี่ก็เกิดอาการท้องร้องโครกกกกก...หิววว ขึ้นมาทันที ....อะฮ่าซาราม...ท่านนักเดินทางผู้น่ารัก...ผู้ปลุกข้าขึ้นมาจากห่วงแห่งความฝัน ขึ้นมาเจอสวรรค์... ยูอาร์แองเจิล มายแองเจิลผู้นี้.... โอ้...เจ้านายที่รักของข้า ท่านเป็นนายข้าแล้วมายคิวตี้ บอกความต้องการความปราถนาของท่านมาแล้วจินนี่ผู้เซ็กซี่ที่สุดในปัฐพีเหนือตะเกียงทั้งมวนในโลกานี้ไม่มีใครเกินจะบันดานหามาให้ท่านเอง

                 ทัตสึยะหลุดหัวเราะคิกไปกับน้ำเสียงติดขี้เล่นแถมลากเสียงแบบอาหรับ และแอบทึ่งไปกับความเหมือนอย่างกับอาคานิชิจิน ณ สถาบันแอลเอที่ไปแอบร่ำเรียนมาเป็นคนพูดเอง 

ฮ่าๆ..ว่าแต่ จินออกมาได้ไงกัน ทัตสึยะถามกลั่วหัวเราะ

ก็กำลังจะบอกอยู่นี้ไง

ทัตสึยะเหมือนรู้สึกไปเองว่าอยู่ๆน้ำเสียงก็ดูนุ่มให้อารมณ์แปลกๆแถวข้างหูแต่ด้วยความตื่นเต้นอยากรู้เลยตั้งใจฟังต่อ

            คาเมะก็เลยถามไปว่า เจ้าออกมาได้ยังไง!  จินนี่ไม่รอช้าตอบโดยไว ก็ด้วยวิธีนี้นะสิ…” 

และไม่ทันให้ตั้งตัว ริมฝีปากได้รูปของยามะพีก็ก้มลงประกบกลีบปากอิ่มของทัตสึยะทันที ข้อมือที่ถูกมัดนิ่งค้างอยู่กลางอกไรการขัดขืน ช่วงเวลาที่ตกใจอึ้งกับคำตอบกลับเป็นการเปิดโอกาสให้จากที่สัมผัสนิ่งเปลี่ยนเป็นดูดเม้มเบาๆ ดึงอารมณ์ขึ้นมาช้าๆ ริมฝีปากล่างกำลังถูกขบเม้มให้รู้สึกเคลิ้มจนเรียวลิ้นร้อนของร่างสูงเริ่มเรียกร้องมากกว่าที่เป็นร่างบางถึงรู้สึกตัว  มือเล็กเริ่มขยับพยายามดันร่างหนาให้ออกห่างทันทีทั้งที่ความรู้สึกแปลกๆมันแล่นรื้อขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

จุมพิตของท่านปลุกข้าให้ตื่นจากนิทราฝัน คำพูดและแววตาที่สบมาของร่างสูงเล่นเอาคนฟังตาค้าง

 

มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากทั้งที่นัยน์ตาใสยังจ้องยามะพีอย่างตกใจพูดอะไรไม่ออกนอกจากฟังเสียงที่อยู่ๆก็รู้สึกว่าเซ็กซี่อย่างไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนนั่นต่อไปอย่างช่วยไม่ได้

 

คาเมะยังอึ้งกับสิ่งที่จินนี่เพิ่งมอบให้กับตนเป็นการตอบคำถาม เสียงกระซิปจากริมฝีปากที่ยังคลอเคลียไม่ห่างแก้มนิ่มเล่นเอาทัตสึยะใจเต้นแรงจนแทบระเบิด หน้าแดงจนแซงมะเขือเทศลูกแป้น