2012/Mar/16

 
Part 4.2
 

Thousand Or One Night -  Season 2

The Thousand Nights…

พันทิวา 

 

Author : Hanabi / Lunabi

Pairing : PiDa    (YamaPi & Ueda)  and Akame (Jin & Kame)

Declare : เป็นฟิกอิงวงที่ข้าพเจ้ามั่วสถานการณ์ขึ้นเองนะเจ้าคะ แต่เหตุการณ์เกิดช่วงคัตตุนกำลังทัวร์ BtRที่ต่างจังหวัด ยามะพีกำลังแสดงละครเรื่อง BB จินยังอยู่กะคัตตุน(ความจริงที่เจ็บปวด ว๊ากก)

Summary : ภาคต่อของ  Thousand Or One Night : พันทิวา...หนึ่งราตรี เรื่อง ฮาๆของ ยามะพีแห่ง NewS ที่บังเอิญไปสะดุดมุกตัวเองที่ห้องทัตสึยะ U of  KAT-TUN จนเกิดเรื่องขึ้น จากฮาเลยจบลงที่ดราม่าของทั้งคู่ รวมไปถึงจินกับคาเมะที่ดูเหมือนจะไม่หวานเหมือนในตำนานที่(ยามะพี)เล่าขาน เสียแล้ว

 

 

************************

 

 

The Thousand Nights… .Part 4.2

 

 

              “เฮ้ ทัตสึยะ เปิดประตูให้หน่อย” เสียงของยูอิจิยืนเคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้อง

              ทั้งยามะพีและทัตสึยะตกใจหันควับไปมองที่ต้นเสียงทันที

              “อ๊ะ...ยู...อื๊มม!!”

             ปากอิ่มถูกประกบปิดเสียงเรียกด้วยจูบหนักๆก่อนได้ทันพูดอะไรต่อ ยามาชิตะตรึงข้อมือเล็กไว้แน่นกว่าเดิมจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ จากที่หงุดหงิดเรื่องบุคคลที่สามที่สี่นามจินเมะแล้วยังจะมีเจ้าชายขี้ม้าขาวเข้ามาขัดอีกจนชักอยากจะกลายร่างเป็นพ่อมดร่ายมนต์ขนัดมารผจญไม่ก็เสกเครื่องย้ายมวลสารพาร่างในอ้อมกอดนี่หนีไปไกลๆจริงๆซะเลย

               “นอนไปแล้วมั้ง เมื่อกี้ตอนที่เจอก็ดูท่าทางเหนื่อยๆปล่อยให้นอนไปเถ๊อะ” เสียงอาคานิชิจินดังแทรกเข้ามาให้ได้ยินบ้าง ยามะพีแอบยินดีที่เพื่อนซี้ทำหน้าที่ดาราประกอบเป็นเพื่อนพระเอกได้ดีจริงๆ

                “แย่เลย รู้งี้ขอกุญแจห้องจากทัตจังมาไว้ก่อนก็ดี แล้วตรูจะไปนอนไหนละเนี่ยคืนนี้” เจ้าชายขี่ม้าขาวยังบ่นอุบอิบ

 

                “อืมม~~ ..ปล่อยนะ ยามาชิตะ” คนตัวเล็กกว่าสลัดร่างตัวเองหลุดพยายามลุกหนีจนได้ เจ้าหญิงเวอร์ชั่นนี้แรงน้อยซะเมื่อไหร่ แต่ยามะพีเจ้าพ่อฟิตเนสเล่นกล้ามจนฟิตก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆพลิกกลับมารวบร่างสวยไว้ในอ้อมกอดได้ทันจะหนีพ้นเตียงนุ่มเช่นกัน ยังไงบทพระเอกก็ยังเข้าข้างอยู่วันยังค่ำ

            “หรือนายอยากให้พวกนั้นรู้ ...ว่าตอนนี้อยู่กะใครหรือทำอะไรอยู่ล่ะ” เสียงกระซิบแผ่วแต่แฝงแววแอบร้ายเล่นเอาทัตสึยะชะงักหยุดนิ่งขยับหนีไม่ออกทันที

               

             “ไปนอนห้องฉันก็ได้นอนคนเดียวเหงาว่ะ จะได้กินเหล้ากันต่อด้วย” เป็นอาคานิชิจินที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเซ็งๆส่งมาให้ได้ยิน

             “อ่าว นายไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับคาเมะรึ”

            เงียบ...คนข้างในนิ่งพยายามเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ เลยพอเดาได้ว่าพ่อยักษ์ท่ามากคงยักไหล่ปฏิเสธอย่างช่วยไม่ได้

               

                “ไปเหอะน่า อย่าเรื่องมาก”

             “เฮ้ย แล้วคาเมะไปอยู่ไหนวะ..ทะเลาะกันอีกแล้วหรือไง...แล้วเกิดไรขึ้น...แล้วๆๆ...ๆ....”

มองไม่เห็นแต่ภาพในจินตนาการของทั้งยามะพีและอุเอ้คือจินลากร่างสูงๆของยูอิจิที่ยังถามไม่หยุด เสียงก้องห่างออกไปจนลับ

 

             “เฮ่อ…ไปกันได้สักที” ยามะพีถอนหายใจยาวแอบโล่งอกที่ยังไม่ต้องเปิดตัวหรือหาเรื่องมาแก้ตัวว่าโผล่มาทำอะไรที่นี่ตอนนี้ ขณะที่ร่างเล็กในอ้อมกอดยังเป็นเด็กดีนั่งกระพริบตาปริบคิดอะไรไม่ออกก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้

 

            “คาเมะ?!”  ทัตสึยะเริ่มเป็นกังวนอีกครั้ง ร่างบางขยับขืนตัวหนีอ้อมกอดจะออกจากห้องไปเสียให้ได้ แต่ร่างสูงยังมือไวพยายามยื้อสุดแรงไว้ไม่ยอมปล่อย ชักสงสัยว่าตัวเล็กแค่นี้ทำไมแรงช่างเหลือเฟือนัก

            “นายไปแล้วจะช่วยอะไรได้เล่า ทัตสึยะ”

                “แต่คาเมะอาจจะร้องไห้เสียใจอยู่ก็ได้นี่”

                “ป่านนี้แล้วคงร้องจนทะเลล้นตะหลิ่งไปแล้ว  เอาเถอะน่า... นายคิดว่าหมอนั่นจะอ่อนแอขนาดนั้นเล๊ย?”

                “ก็…”

                “ฉันว่าหมอนั่นเข้าใจจิตใจจินมันดีที่สุดนะ คบกันมาขนาดนั้นแล้ว”

                 “แต่ว่า...”

                “นายละ เข้าใจทุกอย่างดีหรือเปล่า ถึงจะเข้าไปยุ่งกะเค้าน่ะ หือ?”

                “ก็....” จนมุมพูดอะไรไม่ออกจนได้แต่ส่ายหน้า

                คนตัวบางดูจะหดเล็กลงไปอีกเมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ได้ จนร่างสูงได้แต่กระชับอ้อมกอดแอบลูบหัวลูบหางปลอบก่อนแอบเนียนจูบหน้าผากไปฟอดใหญ่

                “คนนอกเข้าไปยุ่งมากนักไม่ได้หรอกเดี๋ยวสองคนนั้นจะไขว้เขวเอา แล้วจะกลายเป็นประมาณว่า... ยักษ์สีแดงก็อยู่ของมันดีๆบนก้อนเมฆสูงเสียดฟ้าโดยที่ไม่รู้เลยว่า มีเจ้าหญิงผู้ใจดีกำลังยื่นดาบให้อาละดิน..อ๊ะ ไม่ใช่สิ แจ็คผู้น่ารัก ไปฆ่ายักษ์ให้ตายทั้งเป็น”

                “เอ๊ะ..ฉันไม่เคยทำแบบนั้น...”  ใบหน้าสวยจากที่มุดอยู่กับไหล่กว้างเสขึ้นมาขมวดคิ้วมองทันที แต่แล้วก็ต้องสะอึกพูดอะไรไม่ออกเพราะอยู่ๆก็นึกถึงตอนที่นั่งคุยกับจินแล้วคาเมะมาเจอ

... หรือคาเมะจะเข้าใจอะไรผิดจริงๆนะ …?!

 

                “หรือว่า...เป็นเพราะฉันด้วยจริงๆ” ตากลมโตเบิกกว้างทันที แล้วเหตุการณ์อื่นต่างๆนาๆที่ตนทำกะจินแบบไม่เคยคิดอะไรมากไปกว่าเพื่อนผุดขึ้นมาในสมองเป็นระลอกคลื่นทั้งบนเวทีทั้งในรายการทีวีทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน ขณะที่คาเมะแทบทำอะไรไม่ได้เลย

                ทัตสึยะส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตากลมโตใสเกือบมีน้ำตารื้อขึ้นมาเสียให้ได้ ใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้แทบหายใจรดกันตอนนี้เล่นเอาพ่อมดอยากจับกดเจ้าหญิงปล้ำซะให้รู้แล้วรู้รอด ติดอยู่ที่หัวใจอ่อนๆยังมีจรรยาบรรณไม่ใช้สถานการณ์ที่ตัวเองช่วยพูดให้มันดูเลวร้ายนั้นมาเป็นโอกาส....ร่างสูงแอบยักคิ้วนึกในใจ กลับไปต้องเลี้ยงเนื้อย่างจัดให้อาคานิชิจินเพื่อนเลิฟสักชุดๆใหญ่เสียแล้ว

             “ขนาดฉันไม่ได้อยู่วงนายฉันยังรู้เลย...แบบนี้พ่อมดจะลงโทษเจ้าหญิงยังไงดีน้า~~” โยนเรื่องให้คนตรงหน้ารู้สึกผิดเสร็จสรรพจนดิ้นไม่หลุดยอมโดยดีตั้งแต่ปากซอยจนถึงท้ายซอย ยามาชิตะรู้สึกได้ถึงชัยชนะเป็นปลื้มจนน้ำตาแทบไหล...การมีประสบการณ์เป็นพระเอกละครมาก่อนนี่มันช่วยให้ตีบทแตกพูดได้ไหล่ลื่นดีจริงๆ

 

             “ฉันไม่เคย...ไม่ได้ตั้งใจ...มะ..ไม่ได้ทำอะไร....นะ” ทัตสึยะพูดปฏิเสธแทบไม่เป็นประโยคก่อนจะซุกใบหน้าซ่อนความสับสนลงกับอกแกร่งซึ่งเปิดวงแขนอ้ารับอย่างรู้งาน ร่างสูงรวบคนตัวเล็กว่าเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่น 

             “ไม่เป็นไรนะ นายไม่รู้ตัวนี่” คำปลอบกระซิบป้อนเบาๆที่ข้างหูพอหยุดอาการสั่นน้อยๆของร่างเล็กไปได้บ้าง 

             
             พ่อมดยังคงร่ายมนต์หลอกหล่อให้เจ้าหญิงหลงทางอยู่ในวังวนแห่งความสับสนจนไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองเสียการควบคุมซะแล้ว

ยามะพีค่อยๆขยับเอนตัวลงนอนพิงหมอนพาคนในอ้อมกอดให้ได้ผ่อนคลายนอนในท่าสบายๆไปบนเตียงนุ่ม

 

                “ฉันจะบอกอะไรให้...จินเคยเป็นยังไงก็ยังคงเป็นอย่างนั้นนั่นล่ะ จินที่บ้าบอทำอะไรตามใจ จินที่ขี้เก็กแต่น่ารักกับคนรอบข้าง สาวไหนเห็นเป็นต้องหลง จินที่รักเด็กฝันอยากแต่งงานมีลูกสาวน่ารักๆ มันก็ยังเป็นมันอยู่วันยังค่ำไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน...แต่เมื่อคาเมนาชิเข้ามา ยื่นข้อเสนอดีๆให้ มีหรือพ่อเสือร้ายจะไม่กระโดดรับจนสุดท้ายก็เป็นคาเมะเองนั่นแหละที่ต้องการมากกว่าที่เคยตกลงกัน ความรักแบบร้อนแรงมันยากที่จะหยุดอยู่แค่ความพอใจเล็กๆที่เคยได้ไปใช่ไหมล่ะ”

            “เรื่องแบบนี้ถ้าจินไม่มีความรักให้ก็คงไม่เกิดหรอก นายพูดอย่างกับคาเมะเป็นฝ่ายเริ่มและเป็นฝ่ายผิดคนเดียวงั้นล่ะ” เถียงเสียงงุงิอยู่แถวๆอกแกร่งเรียกรอยยิ้มจากยามาชิตะได้ไม่ยาก

            
             “แต่ลูกเกะอย่างคาเมะก็ทำให้ไอ้จินดูเป็นหมีร้ายได้นะ”

             “แต่ว่า...” ทัตสึยะแอบทำหน้ายุ่ง ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี...จินก็เพื่อน คาเมะก็เพื่อน..น่าเห็นใจทั้งคู่ ...แต่ลึกๆแล้วก็แอบโอนเอียงสงสารคาเมะมากกว่าเพื่อนตัวโตที่บางครั้งก็ชอบทำอะไรดูไรสมองไม่คิดหน้าคิดหลังซะอีกจนน่าหมั่นไส้

 

             “นายเคยถามใช่ไหมว่านิยายเรื่องนี้จะจบยังไง ฉันก็อยากจะให้มันจบดีๆหรอกนะ...แต่ตอนนี้กล้าบอกได้เต็มปากเลยว่าจบไม่สวยแน่ จากนี้รอดูผลได้เลยละกันว่ายักษ์บากะๆตัวนึงจะบ้าทำอะไรได้อีกบ้าง”

มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อได้ฟัง

จนเวลาผ่านไปสักพัก เพราะพ่อมดเปิดโอกาสให้เจ้าหญิงได้เครียดใช้ความคิดอย่างหนัก

 

             “พ่อมดอย่างฉันคงทำอะไรได้ไม่มากหรอกนะเพราะยักษ์นั่นนะสุดจะหัวดื้อ... ยกเว้นแต่ว่า...เจ้าหญิงจะ...ขอร้อง...” มือแกร่งรวบมือเล็กที่กำแน่นขึ้นมาซับจูบเบาๆเรียกร้องความสนใจ เพราะดูเหมือนว่าอีกคนจะใช้ความคิดล่องลอยไปไกลจนไม่สนใจตนนานไปแล้ว...ก็เพิ่งรู้ตัววันนี้เองว่าไอดอลอันดับต้นๆอย่างเค้าก็ชอบเรียกร้องความสนใจเป็นเด็กไปได้เหมือนกันแฮะ

 

             อุเอดะเงยหน้าขึ้นมามอง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นก่อนเอ่ยถามเบาๆ

             “ถ้าขอ.. นาย... พ่อมด จะให้ไหม?...แล้ว..ต้องทำยังไง”

 

ทางเลือกอื่นน่าจะมี แต่น่าแปลกที่กลับยอมรับข้อเสนอนี้อย่างง่ายดาย...

 

นัยน์ตาคู่คมของยามาชิตะมองไปยังริมฝีปากอิ่มที่เอื้อนเอ่ยก่อนใช้นิ้วเรียวยาวแตะเบาๆไล้กลีบปากนิ่มช้าๆ

             “อาหารชั้นดี กวีเลิศหรู หรือจะหวานสู้จุมพิตจากเจ้าหญิงผู้เลอโฉม”

             นัยน์ตาสวยกระพริบปริบพยายามมองลึกลงไปในดวงตาคมอีกคู่ว่าจริงจังแค่ไหน แต่เมื่อไม่ได้อะไรเป็นคำตอบจึงใช้หัวใจเป็นตัวตัดสิน ร่างบางขยับช้าๆเข้าหาร่างสูง ค่อยๆแต่กลีบปากตัวเองลงไปบนริมฝีปากอีกคู่ที่รออยู่อย่างว่าง่าย ทิ้งระยะสักพัก เมื่ออีกคนยังนิ่งจึงพอเดาได้ว่าแค่นี้ยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

             จากจูบแบบแผ่วเบาค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็นรุ่มร้อน ริมฝีปากล่างของคนที่รอถูกขบเม้นเบาๆพยายามเรียกร้องขออนุญาตซึ่งเจ้าของก็ยินดีให้ผ่าน จนเรียวลิ้นเข้าเกี่ยวกระหวัดแลกความวาบหวานของกันและกันอย่างดูดดื่มแทบลืมหายใจ... ร่างกายเริ่มเบียดแนบชิดกันมากกว่าเดิมพยายามเพิ่มแรงเสียดสีผ่านเนื้อผ้าเพื่อจุดไฟอารมณ์ให้ถาโถมโหมลุกขึ้นจนไม่อาจหยุดได้แล้วในขณะนี้

             หลังจากที่ปล่อยให้ร่างบางนำ คนตามเกมสักพักชักทนไม่ไหว ร่างสูงพลิกร่างบางเบาลงไปนอนบนเตียงนุ่มแล้วเป็นฝ่ายตามทาบทับทันที ริมฝีปากอิ่มทั้งคู่ยังไม่ห่างจากกัน จูบยังลึกล้ำ ลำแขนเล็กโอบรัดรอบคอดึงร่างด้านบนให้แนบชิดมากกว่าเดิม

             จูบเร้าร้อนยังดำเนินไป มือใหญ่เริ่มควาญหาความหวานแห่งใหม่ที่มีให้สัมผัสลูบไล้ได้ทั่วทั่งร่างสวยนี้

               

             “อย่างน้อยฉันก็ช่วยยื้อเวลาให้พวกนั้นได้สักพักใหญ่ละ” ยามาชิตะพูดเพื่อทิ้งระยะให้ร่างบางได้หายใจ และถ้าไม่ติดที่ต้องยกร่างบางขึ้นเพื่อกำจัดเสื้อตัวสวยที่แสนจะเกะกะ ทัตสึยะคงได้ขาดใจตายคาอกไปแล้วเป็นแน่

                “ยื้อ...อะ เวลา...อะไร...”

อาภรณ์ถูกถอดออกทีละชิ้นแบบไม่ทันตั้งตัวเนื่องจากอารมณ์หลุดลอยไปตามสัมผัสจากมือแกร่งที่ยังลูบไล้เรียกอารมณ์แบบไม่คิดปราณี ผิวเนื้ออุ่นสัมผัสเสียดสีกันเรียกความเร้าร้อนจนแทบประทุ

 

             “นายรู้หรือเปล่าว่าหลังคอนพวกนายจบ...จินมันคิดจะทำอะไร”

ถามเสร็จกลับไม่รอให้ตอบปากอิ่มประกบจูบร่างเล็กอย่างดูดดื่มอีกครั้งจนโดนประทวงด้วยมือเล็กเลยต้องหนีมาขบเม้นที่ซอกคอขาวแทน

             “อื๊มม...จิน...จะทำโซโล่?...แบนด์เดจ..หรือเปล่า?”

             “เจ็บปวดกว่าแผลนั่นเยอะ

                “ห๊ะ อ๊ะ…ค.ใครเจ็บ”

 

             “ใครจะเจ็บจะปวดก็ช่าง มาสนใจที่ทำกันอยู่ตอนนี้ดีกว่า มาลองดูสิว่าฉันจะทำให้นายเจ็บได้บ้างยังไง...รับรองว่าจะทำให้ร้องขอทั้งคืนเลย” ยามาชิตะละจากซอกคอขาวขึ้นมามองใบหน้าหวาน รอยยิ้มเล็กๆบนหน้าหล่อเล่นเอาทัตสึยะใจสั่น

             “บ้า”หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งจับสีเข้มขึ้นไปอีก

ร่างบางเบาถูกดันลงนอนอีกครั้ง แต่คราวนี้คงยากจะได้ลุกขึ้นมาอีกทั้งคืน

 

             ทิวานี้

             ....ถ้ายักษ์หลุดออกจากตะเกียง เป็นอิสระ อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ย น…

                จินยังกระดกแก้วที่เต็มไปด้วยแอลกอฮอลเข้าปากเพื่อพยายามลบล้างอะไรบางอย่างออกจากใจ

 

                คาเมนาชิยังยืนเดียวดาย ทอดสายตามองไปยังทะเลสีดำอันมืดมิดเวิ้งว้าง

 

             และอีกสองร่างยังคงกอดรัดถ่อยทอดความเร่าร้อนตามแรงปรารถนาของร่างกายให้แก่กันและกันจนยากที่จะถอน ทุกสิ่งถูกลืมเลือนราวกับโลกนี้คือนิยายไร้เรื่องที่ต้องกังวล ราตรีนี้มีแต่สองเรา นิยายเรื่องแปลกที่มี  พ่อมด กับ เจ้าหญิง...เท่านั้น 

 

 

.......................................................................................................

 

 

             “บ้าจริง พรุ่งนี้ ...ไม่สิ ไลฟ์วันนี้จะเต้นอีท่าไหนละเนี่ย”

ทัตสึยะเหลียวดูนาฬิกาก่อนขยับตัวบุ่นอุบอิบ แล้วหันมาเหล่มองคนที่นอนกอดตนหลับสบายอยู่แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวก่อนจะค่อยๆลุกพาตัวเองออกจากวงแขนแกร่งขึ้นมาสวมเสื้อที่พอคว้าได้แบบลวกๆ... จนนึกอะไรขึ้นได้

                “คาเมะ? นอนหรือยังนะ เมล์หาดีกว่าแฮะ”

คิดได้มือเล็กก็คว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโคมไฟแสงสลัวบนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาเปิดแล้วกดพิมพ์ข้อความส่งไปทันที

                ‘เมื่อเย็นนี้…ขอโทษนะ’ นึกขึ้นได้ว่าทีแลกจะคุยกับคาเมะแต่ดันมาเจอพ่อมดตัวยุ่งนี่สะกัดดาวรุ่งซะก่อน

 

             ‘ขอโทษเรื่อง?’  ข้อความตอบกลับมาทันที...เร็วจนน่าแปลกใจ

             “เห ยังไม่นอนอีกหรอเนี่ย” รำพึงเบาๆก่อนกดโทรด่วนไปหาปลายสายทันที

               

                “ว่าไง”

                “เออ คาเมะ ฉัน…เรื่องจินน่ะ”

                “ไม่มีอะไรต้องขอโทษนี่… ไม่มีแล้ว” เสียงตอบเบาหวิบได้ยินเสียงลมทะเลพัดแทรกเข้ามาบอกเป็นนัยว่าอีกคนคงยืนรับลมอยู่นอกระเบียง

                “คาเมะ...มันเกิดอะไรขึ้น”

                “แปลกใจแฮะที่นายยังไม่รู้...งั้นรอหลังคอนจบก็แล้วกัน แค่นี้นะ จะนอนแล้ว”

                “คาเมะ!” สายถูกตัดไปก่อนได้ถามอะไรต่อ น้ำเสียงดูเหนื่อยๆ ได้นอนหรือยังก็ไม่รู้ ดึกดื่นข้ามคืนขนาดนี้แล้ว

               

                …จิน นายคิดจะทำอะไรกันแน่... ขออย่าให้มันร้ายแรงจนแก้ไขอะไรไม่ได้ก็แล้วกันนะ…

 

ทัตสึยะมองโทรศัพท์ก่อนจะหันไปหาร่างที่นอนหลับพริ้มมีความสุขอยุ่บนเตียงราวกลับเทวดาตัวน้อยแล้วก็ต้องถอนหายใจอีก

                “ตอนหลับก็ดูบริสุทธิน่ารักดีหรอก” นิ้วเรียวแอบดีดเบาๆไปที่ปลายจมูกโด่งนั่นหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ แต่ยามะพี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตืน

                “หมอนี่จะช่วยอะไรได้บ้างไหมนะ”

                คิดแล้ว ทัตสึยะได้แต่ถอนกายใจยาวกว่าเดิมก่อนค่อยๆล้มตัวลงกลับไปนอนที่เดิม  

นัยน์ตาสวยมองใบหน้ายามหลับนั้นนิ่ง ไม่เคยได้มองใกล้ๆพิจารณาเรียวหน้าที่ใครๆก็ชมว่าสวยไม่ก็น่ารัก รวมไปถึงหล่อเหลาจนน่าอิจฉาแบบนี้มาก่อน

             “ก่อนที่เรื่องอะไรร้ายๆมันจะเกิดต่อไป ตอนนี้ขอเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆตรงหน้านี้ก่อนก็แล้วกันนะ ถึงมันจะเป็นเวลาสั้นๆก็เถอะ” ร่างบางกระซิบเบาไม่คาดหวังจะให้ใครได้ยิน

ร่างบางขยับน้อยๆเบียดกายเข้าหาไออุ่นจากร่างแกร่ง ลำแขนใหญ่โอบกระชับร่างสวยเข้าหาตัวทันทีแม้จะยังหลับสนิท ทัตสึยะซุกใบหน้าหวานลงกับอกแกร่ง

             ...ความอุ่นนี้ จะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน…

 

ยามาชิตะกำลังฝันดี เพราะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบางเบา

 

 

 

********** End Part...to b continue เมื่อไหรไม่รู้.. 


 

ปล ไม่น่าเอาเรื่องจินเมะเข้ามาเอี่ยวเล๊ยยย สงสารคาเมะ(ในเรื่องนี้)วุ้ย