2010/Feb/08

 

 

 

Thousand Or One Night (พันทิวา...หนึ่งราตรี)

 

Author : Hanabi / Lunabi

Pairing : PiDa  (YamaPi & Ueda)  and Akame (Jin & Kame)

Declare :   *** ตอนนี้จินก็ยังเป็น คนดี๊คนดี!

  

PART  4 

 

*************************

 

.......ต้องขออภัยที่ต่อไปนี้จะเข้าโหมดดราม่า....

      

 

 

ร่างสูงหนาพลิกกายอย่างอืดอาดไปบนเตียงนุ่มอย่างสบายอารมณ์ แสงแดดที่ลอดส่องเข้ามาพอให้สติรับรู้ว่าเข้าสู่เช้าของวันใหม่แล้ว กลิ่นหอมอ่อนแปลกใหม่ไม่คุ้นจมูกจากผ้าห่มนิ่มเริ่มสะกิดให้เกิดความรู้สึกว่าที่นอนอยู่นี้ไม่ใช่เตียงของตัวเองอย่างที่เคยนอนอยู่ทุกวัน สมองจึงเริ่มประมวณผลทำงานจริงจังอีกครั้ง

 

และเมื่อความทรงจำเมื่อค่ำคืนถูกดึงมาทั้งหมดแบบชัดเจนทั้งภาพและเสียง ทุกแอ๊ดชั่นทุกการกระทำ ยามาชิตะ โทโทฮิสะ ก็ต้องกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งมองซ้ายมองขวาหาผู้ร่วมแสดงหลักประกอบความทรงจำครั้งนี้ทันที..แต่สิ่งที่พบมีแต่เพียงความว่างเปล่าของที่นอน ...หมอนข้างเนื้ออุ่นที่กอดนิ่มกระชับอยู่ในอ้อมแขนตลอดทั้งคืนหายไปเมื่อไหรไม่รู้

 

เวรล่ะ!!”

ว่าได้เท่านั้นร่างสูงก็รีบคว้ากางเกงยีนส์ที่ถอดกองไว้มื่อไหรก็จำเวลาที่แน่นอนไม่ได้ขึ้นมาสวมลวกๆก่อนคว้าเสื้อสีแสบที่ยับยืดสนิทติดมือวิ่งออกไปจากห้องนั้นทันที

 

            แล้วแสงสว่างจ้าจากภายนอกที่ส่องผ่านกระจกระเบียงกว้างเข้ามาทำให้เห็นร่างในชุดขาวที่นั่งคู้เข่าอยู่บนโซฟาสีเข้ม สะท้อนจนแทบแสบตา

 

                ใบหน้าขาวที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าดูซีดเพราะแสดงแดดหรืออย่างอื่นเงยขึ้นมาจากที่ซบอยู่บนเข่าตัวเองช้าๆเมื่อรับรู้การมาของแขกที่ไม่ได้ตั้งใจรับเชิญเมื่อค่ำคืน ยามะพีรู้สึกใจหายแปลกๆที่ดวงตาคู่สวยกลับไม่แลมองมาที่ตนเลยสักนิด

 

                ฉันจะไปบริษัทแล้ว ทัตสึยะพูดสั้นๆก่อนจะลุกจากโซฟานุ่มที่นั่งอยู่ คว้ากระเป๋าที่เตรียมไว้ติดมือเดินนำออกไปช้าๆ

                เอ่อ.. อืม

ร่างสูงทำอะไรไม่ถูกนอกจากใส่เสื้อแล้วจัดการตัวเองลวกๆ ก่อนเดินตามหลังไปอย่างงงๆ จนจังหวะที่ทัตสึยะใส่รองเท้าแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมเปิดประตู ร่างบางเซเล็กน้อยจนชนแผ่นหลังแกร่งที่รอรับอยู่ด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ

                เป็นอะไรหรือเปล่า!”

                เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวคอปกพอปิดร่องรอยพิเศษที่ซอกคอ ถ้าไม่สังเกตุดีๆคงไม่เห็น แต่จากมุมสูงที่ยามาชิตะลอบมองคนในอ้อมกอดผ่านคอเสื้อเข้าไป บอกได้เลยว่าเมื่อคืนควบคุมตัวเองไม่อยู่ขนาดไหน และคงไม่ต้องจินตนาการให้มาก ก็พอจะรู้ได้ว่าทั่วทั้งตัวคงมีรอยฝากลึกจากการกระทำของเขาอยู่อีกไม่น้อย..แน่ล่ะ ทำไปกี่รอบปลดปล่อยกันไปกี่ครั้ง จูบลงไปกี่หน ...ทำไมจะจำไม่ได้...

                นึกแล้วแทบอยากจะยกมือขึ้นปิดหน้าทึ้งหัวตัวเองกับสิ่งที่ทำลงไป

 

                ปล่อย ถึงแม้แรงสะบัดให้หลุดจากวงแขนจะเล็กน้อยหลังจากที่ทรงตัวอยู่แต่ก็ดูมากพอที่จะกระเทือนหัวใจร่างสูงที่อยู่ๆความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาให้รู้สึกเจ็บอย่างช่วยไม่ได้

 

                ...มันคือความรู้สึกผิดที่ทำลงไปอย่างนั้นหรือ?...

  

ยามะพีเดินตามเจ้าของบ้านออกจากแมนชั่นหรู่ไปเงียบๆ แบบไม่รู้จะพูดอะไรดี... หรือพูดอะไรออกไปแล้ว..จะดี’.. แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเลี้ยวซ้ายทำท่าว่าจะเดินลงรถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียวเมโทร ขณะที่ตัวเองต้องเลี้ยวขวาเพื่อไปที่รถส่วนตัวของตนจอดอยู่ ปากได้รูปเริ่มขมุบขมิบอยากตะโกนถามว่า.. เฮ่..จะไปไหน!.ลงรถไฟเนี่ยนะ? บ้าหรือเปล่า! อย่างน้อยก็แท็กซี่น่า...แต่ก็ไม่รู้จะได้คำตอบอะไรกลับมาหรือไม่ ร่างสูงจึงถอนหายใจก่อนเดินดุ่มๆตามไปฉุดแขนเล็กนั้นให้เดินตามตนมาทันที

 

                แม้จะเป็นการดึงกึ่งลากให้รับรู้ถึงการขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็ยังไร้ซึ่งน้ำเสียงที่จะพูดคุยกลับมา...ขอโดนตะโกนด่ายังรู้สึกดีกว่าเงียบแบบนี้จริงๆ

                ..ให้ตายสิ!...                

ระหว่างทางมีแต่ความเงียบ แม้ร่างสูงผู้เป็นสารถีขับรถจะพยายามเปิดประเด็นพูดคุยง่ายๆ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับ ยังดียังมีการรับรู้ด้วยการพยักหน้าบ้างแต่ก็แค่นั้นเมื่อทัศนียภาพข้างทางในย่านกรุงโตเกียวที่คงเห็นมาไม่ต่ำกว่าพันครั้งดูจะได้รับความสนใจมากกว่าใบหน้าหล่อๆของไอดอลชื่อดังที่ตอนนี้ความกังวลใจแบบที่ไม่ค่อยจะได้เป็น กำลังเข้ากัดกินความมั่นใจที่เคยมีเต็มเปี่ยมให้น้อยลงไปช้าๆ

 

                ...อย่าได้แคร์ ๆๆ ...

ยามะพีพยายามบอกตัวเองด้วยประโยคที่คิดว่าไม่น่าจะทำยาก หากคนอื่นจะไม่สนใจตนก่อน หรือจะกับคู่นอนที่เคยผ่านๆมาซึ่งส่วนใหญ่จะพยายามเรียกร้องอะไรที่มากไปจนเขาก็ยากที่จะให้...หรือให้ไม่ได้

 

                แต่ครั้งนี้ความรู้สึกลึกๆมันกลับต่างออกไป เมื่อร่างที่ยังนั่งนิ่งราวกลับตุ๊กตาไร้ชีวิตไม่แม้แต่จะหันมามอง

 

                รถคันหรูจอดลงในที่ประจำและทันทีที่ระบบออโต้ล๊อกถูกปลดออก ทัตสึยะก็เปิดประตูเดินลงจากรถเดินไปกดลิฟต์เพื่อพาตัวเองออกจากสถานที่อึดอัดซึ่งไม่ใช่เพราะสาเหตุมาจากการอยู่ในที่จอดรถใต้ดินแคบๆนั้นทันที

 

                เดี๋ยวสิ! ฉันว่าเรามีเรื่องต้องเคลียกันก่อนนะ ร่างสูงรีบกระโดดออกจากรถตามมาทันขณะที่ทัตสึยะก้าวเข้าไปในกล่องโดยสารเตรียมเคลือนตัวขึ้นสู่ชั้นบนนั่นแล้ว

มือบางกดปุ่มปิดขณะที่มือแกร่งพยายามดันประตูเหล็กให้เปิดไว้

                อุเอดะ!”เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังนิ่ง อารมณ์ก็เลยเหมือนจะเริ่มสูงขึ้นเช่นกัน  

 

นาย..ไม่ต้องรู้สึกกังวลอะไรทั้งนั้น...ฉัน ..เข้าใจ

                สิ้นคำตอบง่ายๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ของทัตสึยะประตูลิฟต์ก็ปิดลงเพราะแรงต้านจากลำแขนแกร่งถูกแรงกระทบจากคำพูดนั้นตีกระทบจนสมองประมวลเหตุการณ์ไม่ทัน

                ..เข้าใจ?...เข้าใจอะไร...??! 

อยากจะตะโกนถามด้วยความหงุดหงิดปนสับสน แต่ทุกอย่างกลับเหมือนหยุดนิ่งลงเมื่อหยาดน้ำตาเล็กๆไหลออกมาจากขอบตาที่แดงช้ำราวกลับพยายามอดกลั่นมันมาเนิ่นนานให้ทันเห็นก่อนที่ประตูเหล็กหนาหนักนั้นจะปิดตัว กั้นขวางพาคนสองคนที่ดูจะไม่เข้าใจกันเสียแล้วออกไปคนละทาง

 

                โถเว้ย!!”

มือแกร่งทุบลงบนผนังเพื่อระบายอารมณ์จนเกิดรอยแดงเข้ม แต่ไม่รู้ว่าจะช้ำเท่าดวงตาคู่สวยที่ปิดแน่นพยายามหยุดน้ำตาที่จะไหลออกมาอีกครั้งให้ได้นั่นหรือเปล่า 

                ให้รอลิฟต์ที่จะลงมารับอีกรอบคงจะช้ากว่าที่ใจต้องการจะหาคำตอบ ยามะพีจึงเลือกที่จะวิ่งขึ้นบันไดฉุกเฉินไปยังชั้นที่คิดว่าร่างบางน่าจะอยู่อย่างรวดเร็ว

เรื่องวิ่งนั้นถนัดอยู่แล้วจึงน่าจะใช้เวลาไม่มาก มั่นใจว่าต้องทันการณ์ แต่สิ่งที่เจอเมื่อเปิดเข้าไปในห้องที่เขียนชัดหน้าประตูว่า KAT-TUN กลับมีแต่ความว่างเปล่า 

            “ไปอยู่ไหนกันวะ” เตรียมควักโทรศัพท์คู่ใจมาเตรียมกดหาเพื่อนเลิฟโดยไว ก็ทันหันไปเห็นคาเมนาชิคู่เลิฟๆของไอ้เพื่อนตัวดีเดินมา

                “อ่าว พี มาทำอะไรแถวนี้”

                “จะมาหา อุ...เอ่ออออ..หาไอ้จินมันน่ะ” จะหลุดว่าตั้งใจมาหาใครก็ไม่แน่ใจว่าควรจะบอกไปดีหรือเปล่าจึงลื่นโดยการเอาเพื่อนมาอ้างไว้ก่อน เดี๋ยวได้อธิบายกันยาวว่าร้อยวันพันปีไม่เคยมีเรื่องจะถามถึงทำไมมาถามเอาตอนนี้ก่อนที่จะได้พิกัดที่ตั้งจริงของทัตสึยะ

                “อ่อ อยู่ห้องประชุมใหญ่กันหมดแล้ว ฉันแวะมาเอาสคิปแล้วกำลังจะไปเหมือนกัน นายมีอะไรด่วนกับจินหรือเปล่า เดี๋ยวไปบอกให้”

                “อืมมม... ก็ไม่มีอะไรพิเศษอ่านะ ว่าแต่จะเลิกประชุมกันเมื่อไหร”

                “เฮ่อ คงอีกนาน เย็นๆโน่นเลยแหละมั้งเพราะประชุมเรื่องทัวร์ต่างจังหวัดน่ะ”

                “อ่า โอเค”  มือแกร่งยกขึ้นมาโบกรับง่ายๆ แต่สีหน้ากลับดูเครียดต่างไปจากที่ว่าเข้าใจ

                “งั้น... ฉันไปก่อนนะ” คาเมะกระพริบตาปริบแต่ก็ไม่รู้จะถามอะไรเลยขอตัวไปทำงานดีกว่า

                พอร่างเพรียวเดินลับไปมือที่โบกไว้ค้างจากก่อนหน้า เปลี่ยนมาเป็นกุมขมับแทน

 

                “งานเข้าจริงๆจนได้... เอาไงดีวะเนี่ย”

 

                ....ปล่อยเลยตามเลยไปเดี๋ยวก็ลืมๆกันไปเองดีไหม ?!...หรือจะบุกเข้าฉุดพาตัวออกจากห้องประชุมมาเครียให้เป็นข่าวรู้ดำรู้แดงรู้พริกรู้ขิงกันไปเลยดี..?!!

 

เอาวะ

ตัดสินใจคนเดียวได้เด็จขาดก่อนก้มดูนาฬิกาเพื่อกะเวลาบุกประชิด แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้

                “ตายล่ะ!.. สายแล้วนี่หว่า ต้องรีบไปประชุมกับทีม 24HrTv ... เวรเอ้ย”

                สบถได้เท่านั้นก็ต้องวิ่งไปในทิศทางตรงข้ามกับคาสึยะทันที

 

                ยามะพีก็ยังเป็นเด็กดีของลุงจอนนี่อยุ่วันยังค่ำ.

  

*********            

 

“...จัง...ทัตจัง...อุเอดะ ทัตสึยะ!!!

“ห๊า!” ดวงตาใสเหลือบขึ้นมากระพริบปริบมองคนเรียกทันทีหลังจากที่จดจ้องอยู่กับขวดน้ำที่แทบไม่ได้หยิบขึ้นจิบตรงหน้านั้นมานานแล้ว

                “กำลังคุยกันเรื่องโซโล่คาเมะว่าจะเอาไงดี จะให้ไปห้อยโหนเหินหาวในฮอลล์เล็กๆเหมือนในโดมก็คงยากอยู่ ก็เลยถามความเห็นนาย.. เป็นไรเนี่ย ดูเหม่อๆนะ” น้ำเสียงตอนท้ายประโยคของยูอิจิติดจะเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

“อืม.. คิดอะไรอยู่นิดหน่อย...คือ” ทัตสึยะมองไปรอบๆโต๊ะ ก่อนจะไปหยุดที่ไดเร็กเตอร์ซึ่งกำลังมองตนเองเขม็งอยู่เช่นกัน

“คือออ... คิดว่า... ถ้าทำเหมือนในโดมไม่ได้ ก็เปลี่ยนเพลงไปเลยก็น่าจะดีไหม จะได้ไม่ซ้ำซาก”

“อ่า ความคิดดีๆ สนใจไหมคาเมะจัง” เสียงสนับสนุนจากโคคิดูเหมือนจะช่วยให้ใครหลายๆคนที่ดูจะสงสัยในอาการของร่างบางให้หลีกประเดนนั้นไปได้บ้าง

...รอดตัวไป...

 

“อืม ก็ดีนะ กำลังคิดว่าอยากจะโชว์เต้นแบบ smooth criminal อะไรแบบนั้นอยู่ ซึ่งมันก็คงไม่เข้ากะเพลงเดิมเท่าไหร่อ่านะ” คาเมนาชิพูดความคิดตัวเองออกมาบ้าง

“งั้นก็เอาเพลงที่นายแต่ไว้ดิ เพลงนั่นน่ะ เดี่ยวฉันช่วยดูเนื้อร้องที่ยังไม่เรียบร้อยดีให้เอาไหม” คราวนี้คนสนับสนุบคือหนุ่มหน้ามนคนในหัวใจเจ้าของหัวข้อสนทนาที่วันนี้นั่งประชุมห่างกันไปคนละมุมโต๊ะแต่ก็ยังเรียกร้อยยิมจากน้องเล็กของวงได้ไม่ยาก

 

ทัตสึยะใช้สายตามองรอยยิ้มนั้น...อย่างสงสัย

 

ไม่เคยสังเกตุเลยว่า แค่จินพูดอะไรที่เค้าไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้มากกลับเรียกรอยยิ้มจริงๆจากคาเมะได้แบบนั้น...หรือเพราะชินก็ไม่รู้...แต่ทำไมอยู่ๆวันนี้ถึงได้สะกิดใจขึ้นมาร่างบางก็ไม่อาจรู้ได้

 

“แล้วนายละทัตจัง จะร้องเพลงอะไร” อยู่ๆโคคิก็ถามขึ้นบ้าง

“ก็ ฮานะโนะ...”

“ทำไมไม่เอาเพลงในโซโล่นายละ สนุกดี ฉันชอบ”

“ก็คิดไว้อยู่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาเพลงไหนดี”

 

“โอเค งั้นให้อิสระกับทุกคนเรื่องเพลงโซโล่ ลองเลือกลองเสนอกันดูได้เต็มที่” คนสรุปเป็นไดเร็กเตอร์มาดเข้มที่นั่งหัวโต๊ะ

                “แต่ผมคงไม่เปลี่ยน คงร้อง Wonder ตลอดเพราะต้องโปรโมทเพลงที่จะทำกับคริสจังด้วย” ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นกระทาชายผู้ขึ้นชื่อว่าเอาแต่ใจที่สุดคนนึงในวงคัตตุนซึ่งครั้งนี้ก็ไม่มีใครขัดอะไรได้

จะมีก็แต่คนคนหนึ่งที่จากยิ้มหวานเมื่อครู่ ได้เปลี่ยนมาเป็นตีหน้าขรึมแบบพยายามไม่คิดอะไรแต่คนที่สังเกตุดีจริงๆจะรู้ได้ว่ากำลังเซ็งถึงขั้นไม่พอใจ ซึ่งก็ไม่ยากสำหรับทัตสึยะในวันนี้ที่จะดูออก

             อาคานิชิจิน ก็ยังเป็นอาคานิชิจินผู้ทำตามใจของตัวเองอยู่ร่ำไป  

 

**************************

ตูบีคอนตินิวส์ 

 

Talk….

สั้นชิมิคะ ถ้าไม่สั้นมันก็ยาวอ่าคะ(เอออ่าดิ๊!) คือถ้าไม่ตัดมันจะยาวเกินไป ยังไงรอตอนหน้าหน่อยนะ ^^

 

อีกนิด...ทัตจังใน PV น่ารักโคตรๆอ่า..อยากจับมาเลี้ยงที่บ้านนนนนน (เอาคิริมันไปแทนก่อน : ยักษ์จินบอกมา) จะสวยไปไหนเนี่ย สวยไม่มีลิมิตชีวิตทะลุร้อยจริงๆ แถมมาเทรนใหม่(ของอุเอ้เอง)กางเกงขาหนีน้ำสองข้าง ..เพิ่งรู้หรือนั่นว่าข้างเดียวมันเอ้าท์ไปแล้วเอ้จัง ...ส่วนไอ้ต่างหูคู่ละสี่หมื่นเยนนั่น อย่าเพิ่งเลิกใส่นะ รอฉันไปหาให้ได้ก่อนนนนน(ซื้อมาแล้วจะเอาตังค์ที่ไหนกินข้าวละเนี่ย ฮ่าๆ)

 

ไร้สาระเน๊อะ..ตอบเมนท์ดีก่า ^^

  

#1  by  shao

มะพีเนียนจนได้เรื่อง อิอิ เนียนจนยังไม่รู้ตอนจบของนิทานจะเป็นยังไง ฮ่าๆ

อาจเป็น Never Ending Storyก็ได้ (เพราะคนแต่งก็ยังไม่รู้ แฮ่ๆ)

 

#2  by  MaKuMi

ทัตจังโดดทับพี?! กำลังนึกภาพอยู่คะ ฮ่าๆ แล้วคาดว่าถ้าทับได้แล้วอะไรจะเกิดต่อไปจากนั้นคะ(ฮิ้ว)

ปล อยากโดนเป่ามนจากมะพีมั่งจัง ปรกติเจอแต่อีจินเสกเส่ห์เข้าหัว(ก๊าก)

 

#3  by  ploy@tatchi

หุๆ รู้ได้ไงเนี่ยว่าจะดราม่า

ปล อยากให้ตัวแสดงแดนมารุกแทนไหมละเค๊อๆ อิอิ ของชอบพี่เลยอ่ะ

 

#4  by 

กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ใครช่วยใคร เจ้าหญิงหรืออาละดิน เพราะชีช้ำกะหล่ำดอกกันทั้งคู่ ฮ่าๆ

แต่ที่แน่ๆ พ่อมดกะยักษ์ในกะละมังไม่ตายดีแน่ค่ะ อิอิ

 

#5  by  yamakawaii

ขอบคุณที่รอคะ โชคดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องรอนาน อิอิ

 

#6  by  Mitsumeteitai

ตอนหน้านิทานอาจจะจบค่ะ แฮ่ๆ ไม่อยากให้เป็น one night

แต่อยากให้เป็นพันทิวาตามชื่อเรื่อง หุๆ

 

#7  by  Schascha

จะพยายามต่อไวๆนะคะ ^^

 

#8  by  juminyy

มาลุ้นให้เป็นพันทิวากันดีกว่าเน๊อะ ชอบชื่อนี้จริงๆเลย หุๆ ^^

 

#9  by  noch

พีก็พยายามให้เป็นคืนเดียวข้าวเหนียวนึ่งอยู่ค่ะ แต่ท่าจะยากซะละ หุๆ

 

#10  by  JickyJick

ก็น่าชมพีจังอยู่ ลื่นได้ดีมาก หุๆ

แอบกระซิบ เดี๋ยวว่าจะให้พีเล่านิทานอีกถ้าออกจากโหลดดราม่าไปได้นะคะ แฮ่ๆ

 

#11  by  AiYuki_paewkawaii

ถ้าพุดดิ้งคุงเข้ามาทำคะแนนก็อาจจะมีหวัง แต่ยังไงเรื่องนี้คงยาก อาจต้องข้ามกะละมังยักษ์ไปก่อน อิอิ

ปล ถ้าเรียวเล่านิทาน คงต้องเอาเรื่องเดอะริงไม่ก็อีกาพยายมอ่านะถึงจะเข้ากะเพ่ท่าน เข้มเหลือเกิน

 

#12  by  minri

พียังไม่ได้รัก แต่อย่าเพิ่งงอนนะค่ะ หุๆ ค่อยๆรัก ค่อยๆหลงดีก่า(ฟิกสั้นๆๆๆ...บอกตัวเองอยู่ค่ะ :p )

 

#13  by  T_T_JK

ให้ในวงรู้เรื่องไม่ได้แน่คะ ฮ่าๆ มะพีตายแน่ จะส่งคิริมันขี้พรมไปถล่มก่อนเลย

ปล ทัตจังนี่โตแต่ตัวคะ สมองรั่วเป็นระยะๆ ส่วนอคาเมะนี่ก็ยังมีเกาะติดอยู่ตลอดค่ะ ตัวแสดงหลักซะอย่าง อิอิ

 

#14  by  Tackeyzawa

สงสัยพีจะติดเชื้อจินมาค่ะ เลยร้ายกาจ(อ่าว จินผิดซะงั้น อิอิ)

 

#15  by  PooKaPooH

อ่านจีนไม่ออก ตัวหนังสือยุบยิ่งกว่าหนอนน่ากลัวมักๆ(แค่ญี่ปุ่นยังไม่รอดเลย ฮ่าๆ)

ทุกวันนี้มีเรียวดะเซิร์พเป็นกระไส เลยมีชีวิตอยุ่ได้อิอิ ขอให้ตามอ่านให้หมดนะจ๊ะ มันเยอะๆ

แต่พีดะมันไม่มีให้อ่านเลยอ่า เลยต้องหันมาแแต่งเองเลยเป็นไง

 

#16  by  pierce

ฮิ้ว~~~ ใช่แล้ว มันต้องมีคราวเคะทะยานฟ้าตรีนยันหน้าเมะกันบ้างละค่าาา

แต่ตอนนี้ยังโหมดดราม่าอยู่ ขอทรมานที่รักก่อนนะ อิอิ

 

#17  by  LuvUeboTatchan

เนียนทั้งพีและพี่ อิอิ ตอนนี้อ่า shortfic แต่อนาคต...ไม่แน่(ไหงงั้น)

ปล ปรกติสิงอยู่ตู้เสื้อผ้าทัตจัง+ข้างฝาบ้านอีจิน(แต่จินมันนอนไม่เป็นที่เลยสิงผิดสิงถูกอยู่บ่อยๆ)

  

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์และคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ...รักกันๆ

โอมมม แฟนคัตตุนจงรักกันๆ(พ่อมดจาฟาพีกำลังร่ายมนต์เยี่ยงนั้นอยู่ หุๆ)