TOO LOST IN YOU
Part 5
Mystery Princess
แสงแดดยามเช้าส่องรอดผ้าม่านผืนหนาเข้ามาเรียกให้เปลือกตาบางที่ปิดสนิทนั้นค่อยๆกระตุกก่อนจะเปิดขึ้นช้าๆ แต่เมื่อเจอเข้ากับความจ้าจนแสบตาทำให้ต้องหลี่ลงแล้วเบือนหน้าหนีทันที สมองที่ยังมึนเริ่มรู้สึกถึงร่างกายที่ดูหนักอึ้งขยับไม่ได้ดังใจจนสัมผัสได้ถึงความแปลก ความอุ่นที่ไม่น่าจะได้มาจากผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายแต่กลับเป็นกายเนื้อที่ไร้ซึ่งอาภรณ์อันใดปรกคลุมซึ่งตนกำลังนอนทาบทับอยู่เต็มๆนี่ต่างหากทำให้ร่างบางตกใจลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองบุคคลที่กำลังกอดร่างตัวเองไว้แน่นอย่างตะลึง
เวลาผ่านไปเกือบห้านาทีที่ปล่อยให้คนซึ่งดูเหมือนตัวสติจะออกไปวิ่งเล่นยามเช้ามีเวลาสำรวจตรวจดูใบหน้าหล่อซึ่งเมื่อหลับก็ยังหน้าตาดีอยู่ขณะนี้ว่าเป็นใคร หัวที่ยังปวดแทบระเบิดดูจะไม่ช่วยให้คิดอะไรออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า จนคนที่ใช้ร่างเป็นฐานที่มั่นคงเริ่มรู้สึกตัวบ้าง
“อืมมม~~มอร์นิง~~”
“น..นะ นิ่ง” ทัตสึยะยังงงๆมองหน้าที่ตายังไม่เปิดแต่ปากขยับแล้ว
จินยังง่วงๆมั่วนิ่มใช่ลำแขนมหึมากอดรัดเอวบางแน่นเข้าอีกแล้วพลิกร่างมาเป็นฝ่ายกดทับจนคนตัวบางกว่าหลุดเสียงร้องแทบไม่ออกด้วยความตกใจทั้งที่ยังงงอยู่ไม่หาย
“จ..จิน…” พยายามเอ่ยถามคนที่ยังซุกใบหน้าไปกับซอกคอของตนไม่สนใจโลกพยายามจะหลับต่อ รู้ตัวอยู่รึป่าวว่ากำลังกอดคนอื่นราวกับเป็นลูกหมีขาวนอนกอดตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ตัวนิ่มไม่ยอมปล่อย
“หือ?” เสียงขานรับในลำคอยังพอให้รู้ว่าร่างสูงยังมีสติอยู่บ้าง
“คือ…?” จะถามอะไรก็ยังนึกไม่ออก.. มันไม่แน่ใจ
“เมื่อวานนายเมา ฉันเลยแบกนายกลับมา แล้วก็...นอน..” เสียงอู้อี้ตอบอย่างรู้ใจ ..คบกันมาตั้งนานทำไมจะไม่รู้ว่าคนในอ้อมแขนความรู้สึกช้าขนาดไหน
“แล้ว...?” แต่ก็ยังไม่เคลียในคำตอบเมื่อยังรับรู้ถึงความโหวงเหวงของผิวเนื้อที่สัมผัสแบนชิดของตัวเองที่กำลังรู้สึกถึงความอุ่นจนร้อนแทบลุกเป็นไฟในขณะนี้
“นายงองแง แถมอ้วกอีกต่างหาก เป็นงานให้ฉันต้องจัดการลอกคราบออกให้ ไม่งั้นเหม็นตายชัก” มือแกร่งกระชับตุ๊กตาหมอนข้างจำเป็นซุกใบหน้าเข้าหาสิ่งที่บอกว่าเหม็นทั้งที่จริงๆแล้วมันหอมหวานนุ่มนิ่มได้อย่างน่าแปลกใจแล้วทำท่าจะหลับฝันต่อขณะที่แอบสูดกลิ่นหอมเฉพาะตัวของคนในอ้อมกอดเข้าไปอีกหนึ่งฟอดใหญ่
‘….มาว่าฉันเหม็น ตัวเองก็กลิ่นเหล้าหึ่งเหมือนกันแหละน่า...’ ร่างบางเริ่มเรียกสติกลับมาได้พยายามดันร่างที่หนักกว่าหลายสิบกิโลนั้นออกแต่ก็ไม่เป็นผลจนทำให้รู้ว่าเหนื่อยเปล่า
“นี่ ไม่ไปทำงานหรือไง” ร่างบางเหลือบไปเห็นนาฬิการูปหัวกระโหลกเครื่องประดับของโปรดข้างโปสเตอร์อดีตนักร้องเจร็อกที่ชื่นชอบ
“เดี่ยวค่อยไปก็ได้งานไม่หนีไปไหนหรอก” จินยังอู้อี้ตอบแบบเลี่ยงๆอยู่แถวซอกคอขาวของทัตสึยะ
“ถ้าไปช้า คาเมะไม่รอกินข้าวฉันไม่รู้ด้วยนะ” แกล้งเอ่ยออกไปงั้นทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไปตอนนี้ก็คงข้าวเที่ยงแล้วล่ะ
แต่มันก็ได้ผลเมื่อจินกระเด้งตัวมองซ้ายมองขวา ถึงหน้าจะยังมึนๆ แต่ก็ยอมวิ่งเข้าห้องน้ำไปแต่โดยดี
ทัตสึยะค่อยๆขยับตัวลุกเพราะปวดหัวตึบ ยังงงๆมึนๆเพราะพิษของแอลกอฮอล์อยู่ไม่หาย มือบางกวาดเอาผ้าห่มขึ้นคลุมกายแล้วเดินออกไป ...แอบถอนหายใจเมื่อรู้สึกว่ายังเดินคล่องดี
.... แค่นอนเฉยๆจริงๆด้วย...คาดหวังว่าอะไรจะเกิดนะเรา บ้าจริงๆ…
ขณะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก็เหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นเล็กสะท้อนแสงแดดเข้าตา มือบางก้มลงเก็บมงกุฎติดผมอันเล็กที่ล่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาพิจารณา
“เวทมนต์คลายแล้ว...ฉันคงเป็นเจ้าหญิงของนายได้แค่เที่ยงคืนสินะจิน” มือบางกำชายผ้าที่ห่อตัวไว้แน่นก่อนนั่งลงอย่างหมดแรงบนโซฟา อยู่ดีๆก็รู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ…
...เมื่อตื่นจากฝัน โลกของนิทานก็สลาย ทุกอย่างดำเนินเดินสู่หนทางแห่งความเป็นจริงเช่นเดิม...
...เจ้าหญิงเมื่อค่ำคืนก็คงยังเดียวดายรอเจ้าชายต่อไป...
..............................................................
“โอฮาโยะ”
“โย๊ะบ้านแกดิจิน บ่ายกว่าแล้ว ....เมื่อเช้าไปไหนมาว่ะ ปล่อยให้ฉันรับหน้าเมเนเจอร์ซังกันอยู่ได้แค่สี่คน” ทานากะ โคคิเป็นผู้เบิกโรงรับการทักทายของจินที่เดินเปิดประตูเข้ามา
“ไหนว่าสี่ ทำไมฉันนับได้แค่3ตัววะ” แต่ดูเหมือนจินจะไม่สนใจคิหรือเมเนเจอร์ซัง เพราะคนที่หวังว่าอยากจะเจอหน้าเป็นคนแรกของการทำงานกลับไม่อยู่ให้เห็น
และเหมือนเพื่อนผู้แสนฉลาดจะรู้เป้าหมายของร่างสูงดีอยู่
“คาเมะอ่ะรึ...หนีไปกินข้าวแล้ว...”
“อ้ากกกก ที่ไหน ห้องอาหารปะ”
จินโวยวายโยนข้าวของที่ถือมาไปไว้ที่โต๊ะประจำก่อนจะวิ่งหน้าตั้งออกไปทันที ไม่รู้เพราะอยากเจอคาเมะหรือท้องตัวเองมันกู่ก้องเรียกร้องข้าวเช้าควบกลางวันกันแน่
“ไอ้บ้า ไปคงเจอหรอกป่านนี้ จะบอกว่า... ‘แล้วไปทำงานต่อแล้ว’...ต่างหาก”
โคคิยืนเกาหัวสายหน้าอย่างระอาก่อนจะสังเกตุเห็นเพื่อนตัวเล็กอีกคนที่ค่อยๆคืบคลาน...ไม่ใช่ ค่อยๆเดินก้าวเข้ามาอย่างง่วงงุน
“อุเอพี!! อ่า….เป็นไร ดูหน้าซีดๆนะ” จุนโนะเตรียมเข้าไปจู่โจมชวนเล่นเกมเมื่อเห็นเป้าหมายผู้ว่างมาเล่นเกมแข่งกับเขาบ่อยๆเดินเข้ามา แต่สภาพของทัตสึยะทำให้ชักไม่แน่ใจว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า
“เดี๋ยวเล่นด้วยทีหลังแล้วกันจุนโนะ ตอนนี้ปวดหัว” ร่างบางโยนกระเป๋าไปไว้บนโต๊ะประจำแต่ไม่ได้วิ่งหน้าตั้งออกไปไหนเหมือนใครบางคน เพียงแต่ทิ้งตัวลงนอนไปบนโซฟาที่มีนากามารุนั่งอยู่ ความที่ไม่ค่อยได้เอาของมึนเมาเข้าเส้นเลือดสักเท่าไหร่ทำให้อาการแฮ็งค์ยังติดสอยห้อยตามมาแบบต่อเนื่อง ไม่เหมือนหมีบวมเบียร์บางตัวที่ดูจะคอนโทรนปริมาณแอลกอฮอลล์ได้ดี
“แค่ปวดหัวนะ?” คนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าเอ่ยถามขึ้น เป็นคำถามที่ทัตสึยะประมวลผลไม่ทันว่ามันหมายความว่าอย่างไร
“หือ?”
“เปล่าๆ...ไปเดทกะไอ้จินมาเมื่อวานเป็นไงมั้ง”
“ห๊า!!?” ทั้งโคคิและจุนโนะหลุดเสียงร้องอย่างสงสัยขึ้นมาพร้อมกันทันทีที่ได้ยิน ขณะที่ทัตสึยะได้แต่สะอึกก่อนจะสายหน้าดิกพยายามใช้สมองที่กำลังมึนๆเพื่อคิดหาถ้อยคำมาปฏิเสธเสียงแข็ง
แต่...
“เฮ่...ใครว่าจินมันไปกับอุเอดะจัง หมอนั่นไปกับคนอื่นต่างหาก”
ไม่ต้องเปลืองแรงทัตสึยะเมื่อแขกที่แม้ไม่รับเชิญก็มาสามารถเดินเข้ามาเที่ยวเล่นในห้องพักของคัตตุนได้สบายเข้ามาขัดตาทัพให้ ไม่ใช่ใครที่ไหน ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เพื่อนสนิทของสองหนุ่มร้องนำแห่งวงนั่นเอง แต่ถ้าจะถามว่ามาจากไหน มายังไง และมาทำไมคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเมื่อบางอย่างที่ร่างสูงถือมาเป็นพรีเซนเทชั่นประกอบคำพูดที่เอ่ยออกไปก่อนเดินพ้นประตูเข้ามาให้เห็นทั้งตัวนั้นมันน่าสนใจกว่า
ภาพถ่ายไม่ชัดนักเพราะถูกขยายให้ใหญ่กว่าขนาดจริงๆล่อนมาให้ดูถึงมือสมาชิกบอยแบนด์วงดังแต่ยังไม่ได้เดบิลว์คนละใบ ภาพร่างสูงหุ่นหนาที่ดูด้วยหางตาหรือกลับหัวมองก็จำได้ทันทีว่าคือ อาคานิชิ จิน นักร้องนักแสดงผู้โด่งดังแห่งค่ายจอนนี่เอนเตอร์เทรนเมนต์กำลังยืนจับมือบ้างโอบบ้างอยู่กับสาวนางหนึ่งที่ไม่ต้องใช้หางตาหรือกลับหัวดูก็รู้ได้เลยว่าสวยระดับนางแบบดาราดัง...แต่ เธอคนนั้นคือใครกัน?
“ใครวะ?” โคคิอุทานออกมาเมื่อพยายามส่องพยายามพลิกภาพเพื่อหามุมมองให้ได้สเกลล์ที่ชัดขึ้น แต่เนื่องด้วยคงเป็นภาพที่ได้มาจากปาปารัสซี่มือสมัครเล่นที่เกิดอยากจะเป็นขณะยืนอยู่ข้างถนน เลยได้รูปมาแบบไม่โปรฯนัก แต่แค่หน้าด้านข้างก็สวยได้ใจ
“นั่นดิ สวยชี๊ปเลยว่ะ” จุนโนะสมทบขณะแลกกันดูภาพกับโคคิ โดยมียูอิจิที่กำลังใช้สายตาเพ่งจนรูปแทบทะลุไปถึงข้างหลัง ก่อนหันมามองที่ทัตสึยะแบบทันทีจนคนที่นั่งหน้าซีดอยู่ตกใจจนแทบหงายหลัง ส่างเมาทันตาเห็น
“หย๊า!!...มะ.. มะ..ไม่รู้....”
“เฮ้ยจิน..คนนี้ใครวะ ฉันมาเพื่อถามนายเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย” ยามะพีหันไปทักบุรุษผู้กำลังเดินคอตกราวกับผมฟูๆบนหัวมันหนักเข้ามา มือยกขึ้นทักทายกันแบบสนิทสนมก่อนจินจะตอบกลับไปแบบไร้อารมณ์
“ถ้าไม่ได้มาเพราะรักและคิดถึงก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าเลยนาย.. ไป๊ๆ”
“โห ใจร้ายว่ะเพื่อนเลิฟ ฉันแค่จะมาเตือนนายก่อนอาราชิ(พายุ)จะลงต่างหาก”
“ทำไม มัสสึจุนรึไอบะซังจะลงมารึไง งั้นฝากบอกด้วยนะว่าจินคนนี้ไม่ว่างคุย หิวราเมง”
“ไอ้นี่...ไม่ใช่อาราชินั่นเฟ้ย... แล้วเป็นไร หน้าตูดเป็นหมีกินนมบูดเลย”
“หาคาเมะไม่เจอ” คนตอบกลับเป็นโคคิที่ยินดีช่วยซ้ำเติมอย่างเต็มใจ
“อ่าว แล้วก็ไม่ถาม...อยู่ข้างบน คุยกับจอนนี่ซังอยู่ เพิ่งแยกกันเมื่อกี้” มะพีตอบเรียบๆแถมชี้นิ้วประกอบการบรรยายให้จินได้นึกเคืองเล่นเตรียมกระโดดกัดคอเพื่อนรักจนยามาชิตะต้องยกคอนเวอส์ขึ้นมายันหลบ
“เอ้ยจิน...เดี๋ยวเล่นด้วย แต่ถามนี่ก่อน สาวคนนี้ใครวะ” มือยาวๆของยามะพีดึงเอารูปจากมือโคคิขึ้นมายัดเยียดให้จินดูจนแทบติดหน้า
ร่างสูงกระพริบตาปริบๆ ดึงรูปออกมาเพ่งดูชัดๆก่อนจะยิ้มเหมือนเพิ่งนึกได้
“ถ่ายได้ดีทีเดียวแต่เสียดายมุมกล้องไม่ค่อยดี มีอีกไหมว่ะ ทำไมไม่เอาตอนขบซอกหูหรือจูบแก้มมาด้วยล่ะ”
โป๊ก!!! แล้วร้องเท้าแตะคู่งามลอยจากมือบางมาประเคนถึงหัวฟูๆของจินทันทีที่พูดจบ
“โอ้ย เจ็บนะอุเอโบะ”
“พูดเล่นไปได้” ทัตสึยะหน้าแดงมองจินที่กำลังทำหน้าเบ้เอามือลูบหัว จะตอบว่าไม่มีซีนขบหูตอนอยู่กลางถนนมีแต่หอมแก้มก็ยังดีที่ยั้งปากไม่หลุดให้คนอื่นสงสัยได้ทัน ซึ่งคนอื่นอาจคิดว่าเป็นเพราะอดีตหัวหน้าคงโกรธที่ลูกวงตัวดีไปก่อเรื่อง แต่ในใจจริงนั้นร้อนวูบวาบเสียวสันหลังตัวเองวืดเลยทีเดียว
...เป็นเรื่องสมใจแล้วไหมละจิน....
“ความจริงมีรูปชัดกว่านี้นิดหน่อย แต่เรียวจังเชิดเอาไปก่อนแล้วว่ะ ชมด้วยว่าคนนี้สวยดี เออ ฝากมาบอกอีกด้วย..ว่าเบื่อเมื่อไหร่ยินดีช่วยรับรักษาแผลใจแบบตัวต่อตัว..มันยังไงวะจิน” คนส่งสารยังงงๆแต่ก็บอกไปตามที่รับมา
ขณะที่ทัตสึยะทำหน้าเหวอเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเจอใครสักคน
‘ซวยแล้วววว!!จำได้คับคล้ายคับคลาว่าเจอนิชิกิโดที่ผับ...ตายแน่!! หมอนั่นจะมาหาเรื่องแกล้งเราไหมเนี่ย แล้วเมื่อวานพูดอะไปบ้างวะ จำไม่ได้เลย แย่แล้วๆๆๆๆๆ’
“อา~คา~นิ~ชิ๊~~~~~~!!!!!!!!”
ขณะที่ทัตสึยะกำลังพารานอยย์ไปกับเหตุกาณที่เพิ่งนึกขึ้นได้ ประตูห้องพักก็ถูก(ถีบ)ให้เปิดออกอย่างรุนแรงราวกับพายุโซนร้อนกำลังหมุนรวมตัวแปลสภาพเป็นทอนาโดพัดเข้ามาถึงในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆขนาดสี่เสื่อครึ่งนี้จนจินตกใจกระโดดไปยืนหลบหลังโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆทัตสึยะอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณแบบทันท่วงที(อาจมีเห็นหางสีชมพูสั้นๆโบกให้เห็นไวๆ)
“ไอ้ตัวดีหายไปไหน” เมเนเจอร์สาวใหญ่ผู้มากด้วยพลังเดินเข้ามาตบโต๊ะดังป้าบประกอบคำพูดที่หนักหน่วง ทุกคนพร้อมใจกันชี้นิ้วไปคนละทิศคนละทาง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าช่วยมันทำไมแต่เมื่อเห็นหน้าโหดๆนั่นแล้วรู้สึกกลัวแทน
“อย่าให้รู้นะว่าเอาตูดอ้วนๆไปมุดไว้ตรงไหน เมื่อวานไปทำอะไรมา!!!! ไปตกสาวที่ไหนมาเดทด้วยอีก เคยสั่งแล้วไม่จำรึไงว่าอย่าให้ประเจิดประเจ้อ... แล้วดันควงที่ไหนไม่ควงดันไปควงกลางชิบูยะ...ฮึ่ยยย ใช้สมองส่วนไหนคิด!!!!ห๊า?!!! $#%&*&*@ หรือสองมันย้ายไปอยู่ที่ตูดแล้วจริงๆ นี่ถ้าไม่ไปดักรูปนี้มาจากช่างภาพอิสระได้ก่อนที่ไอ้หนังสือบ้าวันศุกร์มันได้เอาไปลงละก็...ฉาวอีกแน่ รู้ไหมว่าต้องจ่ายไปเท่าไหร่ห๊า!!!!!!!...ที่สำคัญผู้หญิงคนนี้เป็นคร้ายยยยยย????!!!#$^*)^+&!%^(@”
พายุลูกใหญ่พัดโหมกระหน่ำเป็นแบ็กกราวด์ มือหญิงสาวทุบลงบนโต๊ะอีกครั้ง รูปแอบถ่ายกระจายว่อนจนทัตสึยะต้องหยิบเอาหนังสือที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาปิดหน้าทันทีด้วยความตกใจ พยายามหายใจให้ทั่วท้องก่อนจะเลื่อนหนังสือลงแอบมองกระพริบตาปริบ
“แต่งตัวแบบนี้น่าจะเป็นนางแบบที่ไหนสักแห่งนะเนี่ย แบนร์ดเนมจ๋าขนาดนี้น่าไปจีบแข่งกับไอ้จินมัน” โคคิพูดยังไม่ทันจบก็โดนมะเหงกไปหนึ่งที
“อยากโดนดีอีกคนหรือไงแค่นี้วงนายก็ขึ้นทะเบียนจนจะไม่ได้เดบิลแถมจะโดนแบนด์เป็นอันดับต้นๆแล้วนะ...ที่สำคัญฉันถามหาไปทุกโมเดลลิงค์แล้วไม่เจอที่ไหนพอเข้าแก็ปเลย” บ่นก่อนจะวกกลับมาเรื่องเดิม
“ถ้าใครเจออาคานิชิให้ถามด้วยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” หน้าตายังคงความโหดให้เด็กๆในคอนโทรลกลัวได้ที่ ทุกคนในห้องกลืนน้ำลายคิดถึงสวัสดิภาพสุดท้ายของสาวน้อยคนสวยนั้น ขณะที่ทัตสึยะได้แต่หน้าซีดกว่าเดิม
“จะ...จะทำอะไร ผม เอ้ย..เธอคนนั้นหรือครับ” มือเย็นจนจินที่แอบอยู่ใกล้ๆเอื้อมมาจับเล่นแล้วแกล้งเป่าลมหายใจเผื่อจะให้อุ่นขึ้น แต่มือบางกลับตบลงไปบนหน้าผากนั้นไม่เบานักทั้งที่ไม่ได้มองว่าตำแหน่งจริงอยู่ตรงไหนจนจินที่แอบกลั้นเสียงร้องไว้นึกสงสัยในตาหลังหรืออาจมีกุมารทองบอกตำแหน่ง
บรรยากาศยังคงกดดันด้วยดวงตาที่หลี่มองทัตสึยะจนเหงื่อแตกขยับร่างหนีไปเรื่อยๆ
“ถ้ายังไม่ได้เข้าสังกัดไหน... สวยขาวสูงยาวหุ่นดีหน้าตาอินเตอร์ขนาดนี้ ก็เอามาเป็นนางแบบจริงๆนะสิ”
จินเกือบหลุดคิกเมื่อได้ยินคำพูดของเมเนอเจอร์จอมโหดที่หัวการค้าได้ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน ขณะที่ร่างบางแทบทรุดหลุดถอนหายใจเฮือก ก่อนเปรยออกไปเบาๆเมื่อมองเห็นพายุกำลังสบายตัวออกจากห้องไปแล้ว
“คงจะให้เจอตัวหรอก”
ยูอิจิเดินมาดึงคอเสื้อจินจนต้องยึดตัวขึ้นมาให้หน้าหล่อๆนั้นอยู่ในระดับสายตา ก่อนจะถามเสียงเข้ม
“ว่าไง ที่เค้าถามก็ได้ยินแล้วเพราะฉะนั้นตอบมาว่า...เธอ...คนนี้เป็นใครวะ”
จินกระพริบตาปริบก่อนจะยิ้มหวานให้...
“Princess”
ภาษาอังกฤษสำเนียงดีที่ฟังเข้าใจแบบไม่ต้องแปลทำเอาคนฟังแต่ละคนจะคิดค้นนัยยะกันไป...ชื่อคลับ ชื่อคน ชื่อแมว ชื่อหนัง...แต่ที่แน่ๆลองจินมันตอบแบบนี้คงไม่สามารถคั้นความจริงออกมาจากปากที่มักจะเฮฮาบ้าบออยู่ได้ตลอดเวลาแน่นนอน
“ไอ้บ้า!!!”...มนุษย์ที่เหลือหันมาช่วยกันกระโดดส่งตรีนถีบจินอย่างเอ็นดูกันทั่วหน้า
และท่ามกลางความชุนละมุนวุ่นวายซึ่งมีทัตสึยะยืนมองอย่างหน่ายใจจนสายตาหันไปพบกับใครบางคนที่เดินเข้ามายืนกอดอกมองได้สักพักนึงแล้ว
“คาเมะ!”
เสียงของทัตสึยะที่เอ่ยเรียกออกไปไม่ดังนักแต่กลับชัดและทรงอานุภาพพอให้ทุกการเคลื่อนไหวหยุดนิ่งลงโดยพลัน
คาสึยะเดินเข้ามายืนมองรูปแต่ละใบที่ยังวางเกลื่อนบนโต๊ะ
“สวยดีนี่จิน...ใครละคราวนี้” น้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่แปลกใจ..หรือไม่ก็ ..รู้..ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว
ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างเพรียวที่ยังยืนพิจารณาคนในรูปช้าๆ ....ทำไมจะไม่รู้ว่าระหว่าง จินกับคาเมะนั่น มันมีอะไร บนความสนิทสนมซึ่งเคยมากจนคนรอบข้างไม่แน่ใจว่าเกินเลยไปถึงไหนกันแล้วนั้น...ตอนนี้มันกลับรู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิม
นัยน์ตาคู่สวยละออกมาจากภาพในมือจนได้ เล่นเอาคนดูลุ่นตัวโก่งว่าคาเมะจะมาอารมณ์ไหน แต่...
“ถ้าหาตัวจริงได้ก็บอกด้วยนะ จะได้แสดงความยินดี” ริมฝีปากคู่สวยหยักยิ้มขึ้นส่งตรงให้จินอย่างไม่ต้องสงสัย บอกไม่ถูกว่าแฝงอะไรไว้ในคำพูดหรือเปล่าแต่ทุกคนฟังแล้วมันกลับรู้สึกหนาวๆชอบกล และคนที่สะท้านที่สุดคงไม่ใช่ใคร…
จินกำมือแน่นพูดอะไรไม่ออกขณะที่คนอื่นค่อยๆปล่อยมือจากก่อนหน้าที่ใช้ฉุดทึ้งร่างสูง แล้วค่อยๆพยายามพาตัวเองลาโรงออกไปช้าๆ โคคิและจุนโนะชิ่งออกไปจากซีนได้ก่อนด้วยความว่องไว ขณะที่ยูอิจิสะกิดเบาๆที่แขนทัตสึยะเป็นการบอกว่า...ออกไปได้แล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรา
แต่ทัตสึยะยังคงลังเล .....เพราะถ้าเขาอยู่อธิบาย บางที......
คาเมนาชิยังคงนิ่งมองรูปในมืออย่างไม่สะทกสะท้านไร้ซึ่งอารมณ์โกรธหรือหึงให้คนที่ยังยืนนิ่งมีความหวัง
“งั้นฉันไปก่อนละกัน” ยามาชิตะซึ่งยืนนิ่งมองจินทีคาเมะทีอยู่นานเลยทำลายความเงียบแล้วเตรียมเดินออกไปบ้าง
“เดี๋ยวพี ฉันไปด้วย...ต้องไปสตูดิโอพร้อมกันอยู่แล้วนี่” คาเมะวางรูปลงไปที่เดิม ก่อนจะเดินนำยามาชิตะออกไป แต่ก่อนจะผ่านร่างบางๆของทัตสึยะ
“น่ารักดีนะ คนในรูปนั้นนะ” คาเมะเปรยให้ได้ยินกันสองคนเบาๆก่อนจะเดินเลยไปจริงๆ ทำเอาคนได้ยินตาโตมองตามอย่างนึกมึนงงสงสัยไม่เข้าใจในความหมาย
ยามะพีถอนหายใจมองตามคนที่เดาอารมณ์ไม่ออกนั้นไปก่อนหันมาที่จิน “แล้วเจอกัน”
อาคานิชิจินยังคงยืนนิ่งเป็นรูปปั้นสายตายังจับอยู่ ณ ที่เดิมที่เคยมีร่างเพรียวยืนอยู่ อารมณ์ในตอนนี้ไม่บอกก็พอรู้ว่ามันกำลังโหวงเหวงราวกับอากาศธาตุที่กำลังจะแตกสลายไปเสียอย่างนั้นจนร่างทั้งร่างทรุดลงนั่งเอามือกุ้มหัวเพื่อซ้อนใบหน้าที่เจ็บปวดนั้นไว้ ทิ้งให้คนที่ยังยืนนิ่งมองอยู่นึกสงสารขึ้นมาจับใจ
“ฉันทำบ้าอะไรลงไป”
ทัตสึยะหลับตาลงซึมซับน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของจิน ขณะที่พยายามข่มความรู้สึกลึกๆของตัวเองลงเช่นกัน
“ใช่ มันบ้า นายก็น่าจะรู้ว่ามันอาจจะต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่จิน”
...ความคิดง่ายๆโดยการดึงคนอื่นเข้าไปดิ้นอยู่บนกองไฟที่พวกนายสองคนก่อขึ้น ไม่ใครก็ใครคงจะโดนเผาตายทั้งเป็นเสียเอง
...และถ้าคนที่ต้องรับความเจ็บปวดนั้น เป็นฉันล่ะ...
“ฮึ้ย!! ไร้ประโยชน์ชะมัด” มือแกร่งชกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนน่าผิวเนื้อน่าจะแตกแต่ร่างสูงก็ยังไม่สนใจซบหน้าลงกับเข่าตัวเอง
...ไร้ประโยชน์?...ฉันมันไร้ค่าไม่มีประโยชน์ขนาดนั้นเลยหรอจิน.....แต่สำหรับฉัน วันนั้นมันมีค่ามากมายเลยนะ...
ทัตสึยะยืนกำมือแน่น พยายามกลั้นหายใจพูดออกไปด้วยเสียงที่เบาหวิว
“ก็เตือนนายแล้ว” มือบางวางลงบนผมนิ่มนั้นเบาๆอย่างต้องการปลอบโลม อย่างน้อยเค้าก็มีส่วนผิดเต็มๆ ที่ไม่เคยห้าม กลับทำตามที่จินขอทุกอย่าง
“เอาน่า...ยังไงคาเมะก็รักนายอยู่แล้วล่ะ แค่ไม่แสดงออกก็เท่านั้น... ไม่มีใครที่จะสนิทและสำคัญไปมากกว่านายหรอก ฉัน...รู้...” น้ำเสียงที่เอ่ยพยายามให้ร่าเริงทั้งที่ใบหน้าราวกับจะร้องไห้ก็ไม่ปาน
มือแกร่งเอื้อมมากุมมืออุ่นอย่างต้องการที่พึ่ง ใบหน้ายังซ้อนไว้ไม่อาจเดาได้ว่ามีน้ำตาหรือไม่ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องกว้างซึ่งตอนนี้มีเพียงแค่คนสามคนที่อารมณ์ต่างกันไป
จนอยู่ๆร่างสูงที่ยังนั่งนิ่งนั้นฉุดมือบางเข้าหาตัวจนร่างเล็กๆถลาเข้าสู้อ้อมกอดแกร่งนั้นทันที
“อ๊ะ!!” ทัตสึยะตกใจกับอาการของจินไม่ต่างกับยูอิจิที่อ้าปากค้างพูดไม่ออกเช่นกัน
“ขอบใจนะทัตจัง นายอยู่ข้างฉันเสมอเลย...ขอร้อง อย่าไปไหนนะ...อยู่กับฉัน อยูข้างฉัน...นะ”
คำพูดที่ไม่รู้ว่าจริงจังกับมันแค่ไหนของจินเล่นเอาน้ำตาแทบล่วงออกมาจากดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้กำลังฝืนยิ้มให้กับตัวเอง ลำแขนเล็กเอื้อมกอดตอบช้าๆ
“ฉันจะไปไหนได้ล่ะ เพื่อนายแล้ว...ฉัน...” ทัตสึยะกัดฟันแน่นก่อนจะพูดออกไปให้จบ
“ก็เรา...เพื่อนกันนี่นา”
...จะต้องทำยังไง ฉันจึงจะรักษาความเป็นเพื่อนแบบนี้ไว้ได้ตลอดจิน...บอกฉันที
................................................. end part.......
talk.
ว่าจะอัพวันเกิดทัตจัง แต่ก็ดันล่วงเลยมาจนป่านนี้ แถมไม่ใช่ฟิกแฮปปี้ที่จะให้ดี๊ด๊าวันเกิดสักเท่าไหร ฮ่าๆ เป็นฟิกเรื่อยๆอ่านะเรื่องนี้
ไม่ค่อยมีอะไรมาบิ้วเรื่องมันเลยไม่ค่อยไปไหนสักที แถมอิมเมจทัตจังในเรื่องยังเป็นช่วย2005 เป็นเจ้าหญิงผมดำจอมยิ้มยากซึ่งต่างจากลูกแมวขนน้ำตาลแดงที่ยิ้มหัวเราะเรียราดนี่สุดๆในตอนนี้ ฮ่าๆ เลยดันเรื่องไม่ค่อยจะไป อยากข้ามมาช่วงนี้เลยจริงๆ 555
แปะรูปดีก่า
แฮ๊บมาจากน้องสาวที่ไปร่วมชะตากรรมกันมาแล้วที่่ญี่ปุ่น น้องเรย์จัง(OK-chan)
ชอบอ่ารูปนี้ ปรกติไม่ค่อยชอบรูปตัดต่อ แต่อันนี้ชอบบบบบ 5555 (สงสัยเพราะเป็นจินดะ)
ขอไปเป็นปกฟิกเลยได้ไหมเนี่ย อิอิ